‘ตร.ไซเบอร์’ เผยแก๊งคอลเมียวดี 260 คน ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อ สมัครใจไปแค่ 2-3

17 ก.พ. 2568 - 11:56

  • ตำรวจไซเบอร์ เผยแก๊งคอลเมียวดี 260 คน ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อ สมัครใจไปแค่ 2-3

  • ขอโทษหลังให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนว่าพบมีเหยื่อถูกหลอกไปแค่ 1 คน

  • เร่งรวมรวมข้อมูลเอาผิดแก๊งเมียวดีข้อหา ค้ามนุษย์-อาชญากรรมข้ามชาติ ยันไม่มีละเว้น หากเจอคนไทยเอี่ยว

cybercop_th_myanmar_17_feb_2025_SPACEBAR_Hero_7db30a9fc4.jpg

กรณี ผู้นำกะเหรี่ยง DKBA ส่งตัวเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ถูกหลอกให้ไปทำงานที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จำนวน 260 คน รวม 20 สัญชาติ ให้ทางการไทยรับไปดูแล เพื่อดำเนินการคัดกรอง ก่อนส่งตัวกลับไปยังประเทศปลายทาง เมื่อช่วงวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา

S_32104947_b94193c8ca.jpg
ฉก.ราชมนู กองกำลังนเรศวร ดำเนินการรับตัวบุคคลต่างชาติ จำนวน 261 ราย จาก 20 สัญชาติ โดยทางฝ่ายเมียนมา และ กองกำลังกะเหรี่ยง DKBA ส่งมอบบริเวณท่าข้ามสินค้าหมายเลข 28 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก (12 ก.พ. 68)

ล่าสุดวันนี้ (17 ก.พ.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้แถลงผลการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาล และชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ได้ส่งตำรวจไซเบอร์ จำนวน 50 นาย ลงไปปฏิบัติการร่วมกัยหน่วยงานในพื้นที่ด่านหน้า เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจัดเก็บข้อมูลโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

จากการคัดกรองเบื้องต้น พบข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้ที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียวดี เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์จำนวนมาก และเบื้องต้นมีข้อมูลบ่งชี้ว่าอาจสมัครใจไปเพียง 2-3 รายเท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังไม่ขอยืนยันตัวเลขที่แท้จริง ต้องรอหน่วยงานในพื้นที่ชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ขออภัยที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไปก่อนหน้านี้ว่ามีเหยื่อที่ถูกหลอกไปเพียง 1 คน 

ส่วนพยานหลักฐานที่จัดเก็บได้ ประกอบด้วย หมายเลข IMEI (International Mobile Equipment Identity) หรือ รหัสประจำตัวของอุปกรณ์มือถือ จำนวน 107 หมายเลข และข้อมูลที่จัดเก็บในโทรศัพท์ของผู้ที่ข้ามแดน จำนวน 35 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำมาตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหารูปแบบในการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ หรือข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เพราะ ถ้าเขาหลุดในข้อหาค้ามนุษย์ แต่ถ้าเราพบหลักฐานว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นข้อหาหนักก็จะสามารถดำเนินคดีได้ ยืนยันว่าเรามีความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหานี้

“ไม่ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้จะก่ออาชญากรรมกับประชาชนประเทศใด แม้ว่าจะไม่มีผู้เสียหายเป็นคนไทยหรือแม้ผู้ที่ไปทำงานที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะสมัครใจไปก็ตาม เราจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เราจะดำเนินคดีในข้อหานี้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษสถานหนัก”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากตรวจสอบเสร็ขแล้ว พบว่าในจำนวน 260 คนนี้ ไม่พบการกระทำความผิด ต้องนำเข้าสู่กระบวนการเตรียมส่งกลับประเทศปลายทางหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า กรณีเป็นเหยื่ออาจยกเว้นการดำเนินคดีในบางข้อหา  เช่น กฎหมายเกี่ยวกับตรวจคนเข้าเมือง ส่วนที่พบว่ามีความผิดจริงหรือสมัครใจไปทำงานต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนจะมีการตรวจสอบเอาผิดกับขบวนการที่จัดหาคนไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร พล.ต.ท.ไตรรงค์  ระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีขบวนการดังกล่าวจริง และเป็นการทำผิดในรัฐไทย ก็จะเข้าองค์ประกอบอาชญากรรมข้ามชาติ

3629_3045c89c17.jpg
ฉก.ราชมนู กองกำลังนเรศวร ดำเนินการรับตัวบุคคลต่างชาติ จำนวน 261 ราย จาก 20 สัญชาติ โดยทางฝ่ายเมียนมา และ กองกำลังกะเหรี่ยง DKBA ส่งมอบบริเวณท่าข้ามสินค้าหมายเลข 28 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก (12 ก.พ. 68)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์