ถึงเวลาแล้ว! แก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว

11 ต.ค. 2567 - 11:08

  • พรรคประชาธิปัตย์ แนะ รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐาน จ.เชียงราย ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ชี้ ต้องจ้างแรงงาน-เพิ่มกำลังคนเข้าช่วยเหลือ ขณะที่ พรุ่งนี้เตรียมลงพื้นที่ ตลาดน้อย ดูน้ำทะเลหนุน และโครงการแก้มลิงใต้ดิน ที่วัดเล่งเน่ยยี่

  • ‘สุชัชวีร์’ ลั่น ถึงเวลาแล้วต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ชี้ ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯมาจากน้ำฝน-น้ำหนุน ไม่ใช่น้ำเหนือ แนะดูตัวอย่าง ‘แก้มลิงใต้ดิน’ ของเอกชน ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ย้ำ ‘ปชป.’พร้อมหลักดันโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุนที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา หากรบ.ลงมือทำจริง

democrat_party_flood_11oct2024_SPACEBAR_Hero_7b6ca03a2f.jpg

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงศูนย์ติดตามน้ำท่วมว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ในการติดตามช่วยเหลือประชาชนเพราะสถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ ทำให้เห็นว่า เราจะอยู่อย่างเดิมไม่ได้อีกต่อไป คำถามคือจากนี้ไป เราต้องทำอะไรบ้างถึงจะทำให้ประชาชน ได้รับการดูแลในระยะยาว ไม่เช่นนั้น ปีหน้าก็จะเกิดขึ้นอีกและปีต่อๆ ไป ก็จะเกิดขึ้นอีก ความทุกข์ซ้ำซากแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป นั่นคือบทบาทพรรคการเมืองและพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่

“เราได้ติดตามและเตือนทุกคนแล้วว่า เรากังวลจริงๆ บอกตั้งแต่สิงหาคมว่ากันยายน ฝนจะตกน้ำท่วมอีก ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกชัดเจน ฉะนั้นจึงขอเรียกร้อง ประชาชนและทุกภาคส่วน การตัดสินใจในยุคปัจจุบันใช้อารมณ์ ความรู้สึกความเชื่อไม่ได้อีกต่อไป วันนี้ทุกประเทศทั่วโลกตัดสินใจด้วยข้อมูลหลักฐาน การคำนวณทางคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีใครคำนวณได้อย่างแม่นยำ และการคำนวณในนักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันมักจะน้อยกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอ ดังนั้นสถานการณ์น้ำภาคเหนือ ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตาม และรวบรวมปัญหาจะถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลได้แก้ปัญหา” สุชัชวีร์ กล่าว

สุชัชวีร์ ยังกล่าวด้วยว่า สถานการณ์น้ำภาคเหนือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีทีมงานภาคเหนือ ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์และวิศวกรอาสา ภายใต้หัวหน้าพรรค เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นไปช่วยเหลือ และฟื้นฟู ซึ่งจากที่เห็นสถานการณ์แย่กว่าที่คิดเยอะ และเห็นว่าต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน พร้อมยืนยันว่า จะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างต่อเนื่องและจะทำให้ดีที่สุด ในฐานะพรรคการเมืองหนึ่ง

สุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวล จะเห็นว่าฝนตกมานิดเดียวน้ำท่วมและมีน้ำทะเลหนุน นักวิชาการตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าวันนี้กทม. และพื้นที่ปริมณฑล ยังมีความเสี่ยง ทั้งน้ำเหนือที่มาจากจังหวัดชัยนาท ที่ขณะนี้รัฐบาลพยายามกันไม่ให้น้ำที่ถูกปล่อยออกมาเกิน 2,300 คิว แต่ถ้าหากทะลุ 2,000 คิวเมื่อไหร่ พื้นที่จังหวัดใต้เขื่อนลงมาวันนี้น้ำท่วมแล้ว อย่างที่อ.บางบาล จังหวัดอยุธยา ที่วันนี้อาจจะไม่น้อยกว่าปี 54 ด้วยซ้ำ ดังนั้น พี่น้องชาว กทม.ต้องขอบคุณพี่น้องหลายจังหวัด ที่อยู่เหนือกรุงเทพฯ ที่รับน้ำและทะลุมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาที่จ.ชัยนาท จึงอยากจะย้ำว่าอย่าเพิ่งนิ่งนอนใจโอกาสที่จะเกิดพายุ ก่อตัวตั้งแต่ฟิลิปปินส์ เข้ามาที่ประเทศไทยยังมีโอกาสอยู่ในเดือนตุลา ส่วนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนใดในโลกบอกได้ เรามีหน้าที่เฝ้าระวัง

ดังนั้น วันนี้เราควรจะเริ่มต้นแล้วหรือยังในการแก้ปัญหาระยะยาวเสียที พรรคประชาธิปัตย์พร้อม ไม่ต้องรอถึงรุ่นลูกหลาน วันนี้รุ่นเราจะเอาตัวรอดหรือไม่ถ้าหากไม่ทำอะไร 

“ประชาธิปัตย์เริ่มแล้ว และเราจะมุ่งผลักดันให้เกิด การแก้ปัญหาระยะยาวในฐานะ บทบาทพรรคการเมือง และจะนำเสนอสิ่งที่ถูกต้อง ตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หลักความเชื่อ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจับผลักดันร่วมกับรัฐบาลและทุกภาคส่วน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ในภาคเหนือ ผังเมืองต้องทำใหม่ ระบบสาธารณูปโภคผันน้ำควรจะเกิดขึ้นคู่ขนานกับถนนพหลโยธิน การเคลื่อนย้าย การแลกที่ การให้เงินกู้ควรเริ่มทำ ไม่ฉะนั้นวงจรอุบาทว์นี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก” สุชัชวีร์ กล่าว

สุชัชวีร์ ยังคาดการณ์สถานการณ์น้ำ มาถึงกทม.ว่า ไม่กังวลคงไม่ได้ สถานการณ์กรุงเทพฯไม่เคยดีขึ้นเลย ไม่ได้พูดถึงน้ำเหนือที่กทม.ทำอะไรไม่ได้แต่กำลังพูดถึงน้ำฝนและน้ำหนุน ที่กลายเป็นน้ำรอระบาย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะลงไปดูตัวอย่างของจริงที่ควรเกิดขึ้นนั้นแล้วคือแก้มลิงใต้ดิน ที่แก้ปัญหาน้ำฝนรอระบายไม่ทัน ที่วัดเล่งเน่ยยี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่เอกชนเริ่มทำการแก้ปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน ให้น้ำรอระบายเก็บไว้ใต้ดิน ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน

นอกจากนี้ ในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลและกทม.ให้เกิดโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุนที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี

ด้านเจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ประชาธิปัตย์เตรียมลงพื้นที่สำรวจปริมาณน้ำที่แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กทม. และเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม กทม.ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยพี่น้องผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก พรรคประชาธิปัตย์จึงได้ตั้งศูนย์ติดตามน้ำท่วม ซึ่งเราได้มีการเตือนภัยแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนได้เฝ้าระวังและน้ำท่วม และน้ำทะเลหนุนในช่วงเดือนตุลาคม ตลอดระยะเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมาที่พรรคได้จัดตั้งศูนย์ติดตามน้ำท่วม พบว่า มีผู้ประสบภัยติดต่อมายังช่องทางของเรา และทางพรรคก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ พูดคุยประสานกับทางภาครัฐและภาคเอกชนให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมาย ให้พวกเราทุกคนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าจะเป็น เขตของปทุมธานีหรือนนทบุรี ได้มอบหมายให้กับ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยเหลือประชาชน และตนเองก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายนำทีมวิศวกรอาสาช่วยให้คำแนะนำ กับประชาชนที่ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่หลังจากเกิดประสบภัยน้ำท่วมดินโคลนถล่ม

นอกจากนี้ ยังมีการระดมข้าวของไปช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมด้วย และในวันที่ 12 ตุลาคม เราจะมีการลงพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานคร ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เพื่อติดตามน้ำทะเลหนุนที่สร้างปัญหาให้กับประชาชนมาโดยตลอด และในช่วงบ่ายก็จะลงเป็นที่วัดเล่งเน่ยยี่ ติดตามโครงการแก้มลิง 

ขณะที่ สมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน ได้แถลงรายงานผลการลงพื้นที่น้ำท่วมภาคเหนือว่าขณะนี้ภาคเหนือน้ำลดลงแล้ว แต่ดินโคลนก็ยังอยู่ และยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนที่จะนำโคลนออกจากบ้านประชาชน ที่อำเภอแม่สาย ยังขาดแรงงานคน ทางทหารก็ได้มีการสลับสับเปลี่ยน ไม่ได้ลงพื้นที่เยอะเหมือนก่อนหน้านี้ บ้านบางหลังก็ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ เพราะยังขาดแรงงานอยู่ จึงอยากให้รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่จิตอาสาเข้าไปช่วยเหลือที่เชียงราย มีลักษณะคล้ายกับที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอปายเมื่อปี 48 ซึ่งเราต้องมีการวางแผนทำวิกฤตให้เป็นโอกาส

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เร่งเฉพาะเยียวยา เช่น ถนนหนทาง สะพาน เพราะยังไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไป ซึ่งความจริงต้องอัดเม็ดเงินลงไป เพื่อให้เกิดการจ้างงาน และเศรษฐกิจก็จะฟื้น ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเร่งไปดำเนินการเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและอีกส่วนคือผู้ประกอบการ ควรจะได้รับดอกเบี้ยในการกู้มาประกอบอาชีพที่ถูกลง เพราะผู้ประกอบการมีความเสียหายกันมาก ต้องปรับปรุงธุรกิจเพื่อให้เป็นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อไป ซึ่งที่เชียงรายน่าจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์