ณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุ เชาวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด” นักโทษคดีอุกฉกรรจ์หลบหนี ว่า ทราบเบื้องต้นว่าในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (25ต.ค.) คณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจะมีการลงพื้นที่ ส่วนของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชก็ได้ดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ข้อมูลประเด็นต่างๆ จะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เช่น ประเด็นการนัดหมายของแพทย์ การเลื่อนนัดหมาย การเปลี่ยนโซ่ตรวน เป็นต้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหา
นอกจากนี้ จริงๆแล้วเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่รับหน้าที่ในการเฝ้าไข้นายเชาวลิต มีจำนวน 2 ผลัด คือ ผลัดเช้า 2 ราย และผลัดกลางวัน 2 ราย จึงทำให้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้งหมด 4 ราย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีหนึ่งในผู้คุมแจ้งให้ผู้คุมราชทัณฑ์ที่อยู่ผลัดกลางวัน ไม่ต้องเข้ามาในช่วงกลางวัน แต่ให้เข้ามารับหน้าที่ในช่วงกลางคืนแทนนั้น ในเรื่องนี้ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด
แต่แน่นอนว่าผลัดการคืนในช่วงเกิดเหตุ มี 2 ผู้คุมราชทัณฑ์ ยืนยันว่าทุกประเด็นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้ง 4 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องใดหรือมีการเอื้อประโยชน์ต่อการหลบหนีครั้งนี้ของเชาวลิตหรือไม่ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 รายพักราชการไว้ก่อนแต่อย่างใด
ณรงค์ เผยอีกว่า คณะกรรมการจะมีการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่เพียงแต่ผู้คุมที่รับหน้าที่เฝ้าไข้เชาวลิต แต่ยังรวมไปถึงผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ซึ่งคือ ณรงค์ หนูคง ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เพราะในการนัดหมายของแพทย์นั้น แพทย์จะต้องมีใบความเห็นเสนอมายังผู้บัญชาการเรือนจำ เพื่อที่ให้ ผบ.เรือนจำฯ อนุญาตให้นำตัวผู้ต้องขังออกไปรักษาตามความเห็นแพทย์
แต่ในกรณีที่ผู้ต้องขังอาจมีการวางแผนวูบหมดสตินั้น ในส่วนนี้ก็จะต้องดูในรายละเอียดให้ชัดเจน และคณะกรรมการจะต้องไปสอบถามกับแพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้อีกด้วยว่าผู้ต้องขังมีประวัติการรักษาอย่างไร แล้วทำไมวันนั้นหมอจึงเลื่อนนัด
เมื่อถามว่าทางผู้คุมได้มีการให้การกับคณะกรรมการอย่างไรบ้างถึงกรณีที่เปลี่ยนโซ่ให้เชาวลิตนั้น ณรงค์ ระบุว่า ทางผู้ต้องขังอ้างว่ามันหลวมเลยต้องเปลี่ยนให้กระชับขึ้น ส่วนรายละเอียดเชิงลึกขอละเว้นการเปิดเผยไว้ก่อน ทั้งนี้การแหก รพ. ครั้งนี้ของเชาวลิตถือเป็นการแหกคุกครั้งแรก
ส่วนพฤติกรรมที่ผ่านมาเวลาอยู่ภายในเรือนจำฯ นิสัยผู้ต้องขังส่วนใหญ่ก็เหมือนแมว แต่เมื่อออกมาข้างนอกก็จะมีลักษณะอีกแบบ และหากเจ้าตัวเป็นคนเรียบร้อย คงไม่ถูกย้ายพฤติการณ์มาจากเรือนจำกลางพัทลุง เพราะมีพฤติการณ์ไม่เรียบร้อย
เมื่อถามถึงกรณีที่ระเบียบกรมราชทัณฑ์ กรณีผู้ต้องขังหลบหนี หากภายใน 48 ชั่วโมง ไม่สามารถติดตามตัวกลับมาได้ ผู้บัญชาการเรือนจำจะต้องถูกย้ายนั้น ณรงค์ ยืนยันว่าไม่มี เพราะระเบียบ 48 ชั่วโมง ดังกล่าว คือ อำนาจที่ให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปติดตามผู้ต้องขังแต่หลังจาก 48 ชั่วโมง จะต้องมีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปร่วมในการติดตามผู้ต้องขังด้วย เพราะการจะเข้าไปเคหะสถาน ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปด้วย เพราะราชทัณฑ์ไม่มีอำนาจในการออกหมายค้นหรือหมายจับ
แต่ราชทัณฑ์จะมีหน้าที่ในการติดตามจับกุมตัวมาขังตามโทษเดิม และ ผบ.เรือนจำฯ ยังคงไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ เพราะทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ระดับฝ่ายผู้บริหาร เพราะเหตุที่เกิดขึ้นค่อนข้างเสียหายร้ายแรงต่อองค์กรและสังคมรวมถึงยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องขังได้




