พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีการเสียชีวิตของ ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม ว่า ทางกรมราชทัณฑ์ ไม่ได้ปฏิเสธเรื่อง แต่ได้มีการส่งหนังสือกลับไปให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งเบื้องต้นมีการตั้งเรื่องไว้เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบโดยมีผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้าคณะทำงาน
ส่วนการส่งหนังสือครั้งที่ 2 พบว่าเป็นการส่งเรื่องเข้ามาในช่วงเวลารอยต่อการโยกย้ายตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำจึงทำให้การทำงานขาดความต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่ทนายความของผู้เสียชีวิตอ้างว่า ทางกรมราชทัณฑ์ไม่ยินยอมให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบภายใน หลังเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า เดิมทีกรมราชทัณฑ์ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงยุติธรรม ที่ระบุว่า การที่ผู้ต้องขังจะแจ้งความดำเนินคดีใดๆ ก็ตามต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้บัญชาการเรือนจำก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ เพื่อเป็นการควบคุมความวุ่นวายเนื่องจากกรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังจำนวนมาก จึงต้องมีการพิจารณาเป็นรายกรณีไป
สำหรับคำสั่งย้าย สิทธิพร พ้นจากหน้าที่หัวหน้างานควบคุมแดน 7 เบื้องต้น สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งย้ายจริง โดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายธุรการเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นไปอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีบุคคลภายนอก จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันนิติเวช และ กรมการปกครอง เข้าร่วมประมาณ 7-8 คน ซึ่งแนวทางการสอบสวนจะพิจารณาในทุกประเด็น ทั้งเรื่องของเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่างอดีตผู้กำกับโจ้ กับผู้ต้องขังและผู้คุม รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นจะมีกรอบระยะเวลาในการทำงานประมาณ 30 วัน โดยหากครบ 30 วันแรก ก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาขยายเวลาเพิ่ม หากการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ
ซึ่งกรณีของสุทธิพรที่มีคำสั่งย้ายเบื้องต้นไม่พบเคยถูกร้องเรียนมาก่อน ส่วนในหนังสือร้องเรียนมารดาของผู้กำกับโจ้ ได้มีการกล่าวถึงผู้ต้องขังชายรายหนึ่งที่เป็นต้นเหตุทำให้ผู้คุมสิทธิพรต้องมากวดขัน ผกก.โจ้ ก็คือ สุรเชษ
สำหรับสิทธิพรจะมีผู้บริหารกรมราชทัณฑ์หนุนหลังหรือให้ความสนับสนุนหรือไม่ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า ตัวเองยืนยันไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน แต่ประเด็นนี้ก็จะอยู่ในการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยในวันเกิดเหตุก็ได้มีการเรียกสิทธิพรมาสอบถาม ก็พบว่าไม่ได้มีพฤติกรรมดุดัน และยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับอดีตผู้กำกับโจ้ แต่ยอมรับว่า มีการกวดขันกับอดีตผู้กำกับโจ้เป็นพิเศษ เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมทะเลาะกับผู้ต้องขังคนอื่น
สำหรับอดีตผู้กำกับโจ้ที่ปรากฏข้อมูลว่ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องนั้น เชื่อว่าน่าจะมาจากความเคยชินที่ในอดีตรับราชการตำรวจเมื่อต้องมาอาศัยรวมอยู่กับกลุ่มผู้ต้องขังที่กระทำความผิด จึงอาจมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน จนนำไปสู่เหตุกระทบกระทั่งกันดังกล่าว
อีกทั้งจากกรณีที่ปรากฏข้อมูลว่าพบยาเส้นรวมถึงสื่อลามกอนาจารที่เป็นต้นเหตุนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ที่ผ่านมายอมรับว่าในการลงตรวจเรือนจำก็หลายแห่ง ก็เคยตรวจเจอบ้างแต่หากตรวจพบ ผู้ครอบครองก็จะต้องมีความผิดทางอาญา ซึ่งผู้คุมก็จะมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย ในกรณีนี้ก็จะมีการนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
พ.ต.ท.เชน เปิดเผยอีกว่า ตัวเองรู้สึกเห็นใจครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะเท่าที่เคยพูดคุยพบว่าทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้งจะพบว่าครอบครัวได้เข้าเยี่ยมผู้เสียชีวิตมาตลอดกว่า 3 ปี ซึ่งตัวเอง นับเป็นรุ่นพี่โรงเรียนนายร้อยตำรวจของอดีตผู้กำกับโจ้ ก่อนจะโอนมาอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่าจะไม่ให้อดีตผู้กำกับโจ้เสียชีวิตฟรีอย่างแน่นอน และจะต้องทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีการตั้งขึ้น
สำหรับความแตกต่างระหว่างการขังเดี่ยวของเรือนจำคลองเปรมหรือเรือนจำอื่น ๆ กับ แดนซุปเปอร์แม็ก ซึ่งทั้งประเทศไทยมี 5 แห่ง จะมีความเข้มงวดกว่าเนื่องจากผู้ต้องขังที่เข้ามาอยู่ในแดนดังกล่าวจะต้องมีอัตราความผิดสูง และทำผิดระเบียบขณะคุมขัง ที่รับย้ายมาจากเรือนจำทั่วประเทศ
ขณะที่การขังเดี่ยวในเรือนจำอื่นๆ จะมีความเข้มงวดกว่าการขังรวม แต่หากเบื้องต้นขังเดี่ยวแล้วยังมีพฤติการณ์เช่นเดิมไม่สำนึกผิด จึงจะถูกส่งต่อมายังซูเปอร์แม็กซ์ การขังเดี่ยวนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ต้องขังที่เป็นจิตเวช แต่อาจจะมีความเครียด เช่นเดียวกับผู้ต้องหาทำผิดวินัยซ้ำ ซึ่งมีกฎหมาย และมาตรฐานสากลในการดูแลอยู่แล้ว เชื่อว่าการขังเดี่ยวไม่ว่าจะเป็นเรือนจำใดก็อาจทำให้ผู้ถูกคุมขังมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นได้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการทำร้ายตัวเอง ซึ่งจะต้องมีการประเมินสุขภาพจิตจากจิตแพทย์ก่อนที่จะมีการจ่ายยาใด ๆ โดยผู้คุมจะต้องเป็นผู้จ่ายยาด้วยตนเอง ตามเวลาที่จิตแพทย์กำหนด




