กรมวิทย์ ยัน โควิด HK.3 ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

30 ส.ค. 2566 - 14:27

  • กรมวิทย์ฯ ยัน โควิดโอมิครอน HK.3 ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ มีรากมาจาก XBB.1.16

  • ชี้ การแพร่เร็ว-หลบภูมิเก่ง ยังเป็นข้อสันนิษฐาน

  • ระบุ ประเทศไทย ยังพบ XBB.1.15, XBB.1.16 และ EG.5

Department_of_Medical_Sciences_Omicron_HK_3_Not_new_species_SPACEBAR_Hero_51e7526ebf.jpeg
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง การรายงานข้อมูลผ่านฐานข้อมูลโควิดโลกก็น้อยลงไปด้วย โดยเชื้อโอมิครอน XBB.1.15 มีแนวโน้มลดลง และที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นคือ เชื้อโอมิครอน EG.5 โดยในไทยพบคนติดเชื้อโอมิครอน EG.5 รวมแล้ว 23 คน แต่ย้ำว่า สายพันธุ์ที่ระบาดเป็นหลักยังคงเป็นโอมิครอน XBB.1.16 

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า มีเชื้อโอมิครอน HK.3 ที่มีการกลายพันธุ์คู่ ทำให้หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น และมีความสามารถในการแพร่ได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้ในไทยพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวแล้ว 3 คนนั้น นพ.ศุภกิจ ยอมรับว่า เจอเชื้อโอมิครอน HK.3 ในไทยจริง แต่ข้อมูลยังคลาดเคลื่อน ยืนยันไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่เป็นสายพันธุ์ที่มีรากและพ่อแม่เดิมมาจาก EG.5.1.13 และ XBB .19.2.5.1.1.3 ซึ่งในข้อมูลของ GSAID ทั่วโลก พบ 127 ตัวอย่าง จาก 12 ประเทศ พบมากในประเทศจีนและเกาหลีใต้ โดยประเทศไทย พบแค่ 2 ตัวอย่างเท่านั้น เป็นคนในครอบครัวเดียวกันเป็น เพศ หญิง อายุ 65 ปี และ 11 ปี ขณะนี้รักษาอาการกลับมาปกติ ไม่ได้มีอาการรุนแรงแต่อย่างใด  

นพ.ศุภกิจ ยังอธิบายว่า เชื้อโอมิครอน HK.3 มีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม โดยมีข้อสันนิษฐานถึงการแพร่เชื้อมีการแพร่เชื้อ และหลบภูมิได้มากขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ความได้เปรียบในการเติบโตพบว่า เชื้อโอมิครอน HK.3 ได้เปรียบสูงกว่าเชื้อโอมิครอน XBB.1.16 เชื้อที่กำลังระบาดในไทยขณะนี้ถึง 95 เปอร์เซนต์ แต่ย้ำว่า การคำนวณเป็นเปอร์เซนต์ อาจจะยังมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากจำนวนข้อมูลมีจำกัด ซึ่งในทางสถิติอาจไม่มีนัยสำคัญก็ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์