จากเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุที่กำลังเดินธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร จนมีพระภิกษุมรณภาพรวม 10 รูป และมีพระภิกษุรวมถึงประชาชนได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย ล่าสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับพระภิกษุที่อาพาธทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมทรงรับพระศพของพระภิกษุที่มรณภาพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นอกจากนี้ยังโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่พระภิกษุที่มรณภาพทุกพระองค์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์และครอบครัวผู้สูญเสีย
ด้านความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนได้เรียกแม่ของเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถกระบะในวันเกิดเหตุ เข้าสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำรถออกมาใช้ และพิจารณาว่าผู้ปกครองมีพฤติการณ์เข้าข่ายปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้เด็กขับรถโดยประมาทหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานชัดเจน อาจมีการดำเนินคดีกับผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคู่กับการดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย
ในส่วนของเด็กผู้ก่อเหตุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เด็กเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนคนพิการประเภทออทิสติก และหลังเกิดเหตุมีอาการตกใจอย่างหนัก ทีมสหวิชาชีพได้เข้าประเมินสภาพจิตใจและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิเด็กและครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความรับผิดทางกฎหมายยังต้องแยกพิจารณาระหว่างตัวเด็กกับผู้ปกครอง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเด็กอธิบายว่า เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญาตามกฎหมายไทย แต่ศาลยังสามารถกำหนดมาตรการคุ้มครองหรือฟื้นฟูที่เหมาะสมได้ ขณะเดียวกัน หากพบว่าผู้ปกครองปล่อยปละละเลยหรือฝ่าฝืนหน้าที่ในการดูแลบุตร อาจต้องรับผิดตามกฎหมาย รวมถึงความรับผิดทางแพ่งในการชดใช้ความเสียหายแก่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้สูญเสีย




