‘กรมปศุสัตว์’ จ่อเชิญ ‘ผบห.-ทีมงานแม่หยัว’ แจงปมวางยาสลบแมว

11 พ.ย. 2567 - 14:59

  • ‘กรมปศุสัตว์’ จ่อเชิญผู้บริหารช่อง ONE 31 และผู้จัดซีรีส์แม่หยัว ชี้แจงปมวางยาสลบแมว มองเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ฯ

  • จ่อตั้งคณะทำงานศึกษาเพิ่มกฎหมายให้ครอบคลุมเรื่องการนำสัตว์มาใช้งานมากขึ้น

dld_mae_yua_sedating_a_cat_11_nov_2024_SPACEBAR_Hero_133edbea09.jpg

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในโซเชียล กรณีกองถ่ายซีรีย์ แม่หยัว ที่ออกอากาศผ่านช่อง ONE 31 นำแมวดำมาแสดงประกอบในฉาก โดยฉากดังกล่าวแมวต้องกินยาพิษแล้วสะอึกก่อนตาย แม้ทางกองถ่ายจะออมาชี้แจงว่า แมวไม่ได้ตายจริง และตอนนี้แมวยังอยู่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการวางยาสลบ และมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 

ล่าสุดวันนี้ (11 พ.ย.) นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้แถลงข่าวกรณีวางยาสลบแมว โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

โดย กรมปศุสัตว์ จะได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง ONE 31 รวมถึงผู้จัด ทีมงานที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ สัตวแพทย์หรือผู้เชียวชาญที่ดูแลสัตว์ และเจ้าของแมว มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ และหากพบว่ามีสัตวแพทย์ที่วางยาสัตว์เพื่อประกอบการถ่ายทำละครจริง ต้องส่งเรื่องต่อไปยังสัตวแพทยสภาว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณของความเป็นแพทย์หรือไม่

พร้อมย้ำว่า หากกองถ่ายวางยาสัตว์โดยไม่มีสัตวแพทย์ ถือว่าเป็นการทารุณกรรมแน่นอน เพราะมีกฎหมายกำหนดว่าต้องให้สัตวแพทย์ดำเนินการ หากฝ่าฝืนเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ มาตรา 20 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยเบื้องต้น กรมปศุสัตว์ ได้เชิญให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ แต่หากผู้ชี้แจงมีความพร้อมก็สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำก่อนกำหนดได้

ส่วนประเด็นที่ทีมงานกองถ่ายฯ ชี้แจงว่า แมวตัวดังกล่าวยังสบายดี และระหว่างถ่ายทำได้มีผู้เชี่ยวชาญดูแลอยู่ด้วย นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ตั้งคำถามว่าผู้เชี่ยวชาญนั้นคือใคร และเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นสัตวแพทย์หรือไม่ แต่การวางยาสลบสัตว์ต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์ ย้ำว่าทางผู้จัดทำซีรีย์ต้องนำแมวมาตรวจร่างกายว่าปกติจริงหรือไม่ 

ส่วนข้อสงสัยว่าแมวที่ทางผู้กำกับซีรีย์โพสต์รูปแมวตัวสีดำ เพื่อยืนยันว่าแมวยังปลอดภัยดี เป็นแมวตัวเดียวกันกับตัวที่ถูกวางยาสลบในการถ่ายหรือไม่ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ระบุว่า ต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นแมวตัวเดียวกันจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

อีกประเด็นที่ถูกถามถึง คือ ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำสัตว์มาใช้ในการแสดงมีข้อกฎหมายบังคับใช้หรือไม่ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ยอมรับยังไม่มีกฎหมายที่ดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน ทำให้ยังไม่มีข้อกฎหมายหลักที่จะบังคับใช้ในกรณีดังกล่าว เวลานี้จึงยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าถือเป็นความผิดหรือไม่ หรือใครต้องรับผิดชอบบ้าง ต้องขอดูในรายละเอียดก่อนถึงจะสามารถตอบได้

“วันนี้อาจเป็นคดีตัวอย่างให้ผู้ที่ดำเนินการต่อไปได้พึงระลึกและสังวรณ์ไว้ว่า จะทำอะไรต่อตัวสัตว์ จำเป็นต้องคำนึงในทุกๆ ด้าน และอาจทำให้ในอนาคตมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วย เพื่อให้ฉากมีความสมจริง โดยไม่ต้องนำตัวสัตว์มาแสดง”

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว

ทั้งนี้ แม้จะไม่มีกฎหมายที่บังคับใช้ชัดเจน แต่ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช น้อมรับว่า ในอนาคตอาจมีการตั้งคณะทำงานมาเพื่อศึกษาว่าต้องจัดทำประกาศอย่างไรเพื่อให้ครอบคลุมเรื่องการนำสัตว์มาใช้งาน เพราะปัจจุบันก็เริ่มมีการนำสัตว์ไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น คาเฟ่แมว หรือสุนัข เพื่อให้สามารถวางกรอบในการปฏิบัติและให้เกิดความปลอดภัยแก่สัตว์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์