ข้าวกล่องบริจาคเก็บได้กี่วัน วิธีเก็บอาหารช่วงน้ำท่วมให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอาหารเป็นพิษ

29 ก.ย. 2569 - 14:55

  • ไม่รู้ว่าทำมากี่ชั่วโมงแล้วให้กินให้เร็วที่สุด ไม่ควรคิดว่าเวลาเก็บอาหารให้เริ่มนับตอนที่เราได้รับข้าวกล่อง

  • อาหารปรุงสุกไม่ควรวางที่อุณหภูมิห้องเกินสองชั่วโมง และหากอากาศร้อนกว่า 32 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาปลอดภัยอาจเหลือเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมง

  • ระยะเวลาเก็บในตู้เย็นได้ 3–4 วันใช้ได้เมื่อมั่นใจว่าอาหารถูกเก็บเข้าความเย็นอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรก ไม่ใช่กับข้าวกล่องทุกกล่องที่เราเพิ่งได้รับมา

ข้าวกล่องบริจาคเก็บได้กี่วัน วิธีเก็บอาหารช่วงน้ำท่วมให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงอาหารเป็นพิษ

ช่วงน้ำท่วม ข้าวกล่อง อาหารปรุงสุก น้ำดื่ม และของยังชีพ จากหน่วยงานหรือกลุ่มจิตอาสาอาจเป็นเสบียงสำคัญของผู้ประสบภัย แต่บางครั้งอาหารอาจถูกส่งมาให้พร้อมกันหลายกล่องจนกินไม่หมดในมื้อเดียว คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า ข้าวกล่องที่เหลือสามารถเก็บไว้กินมื้อเย็น พรุ่งนี้เช้า หรือเก็บในตู้เย็นต่อได้อีกกี่วัน

แต่ก่อนจะตอบว่าเก็บได้กี่วันต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อหนึ่งก่อนว่า ในฐานะผู้รับเราแทบไม่รู้เลยว่าข้าวกล่องนั้นทำเสร็จตั้งแต่กี่โมง อาหารอาจเพิ่งออกจากครัวไม่นาน หรืออาจผ่านขั้นตอนบรรจุ รอรวบรวม ขนส่ง และวางรอแจกมาแล้วหลายชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่ใช้พิจารณาความปลอดภัยของอาหาร ไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่ข้าวกล่องมาถึงมือเรา

ได้ข้าวกล่องมาแล้วควรทำอย่างไร?

หากไม่รู้ว่าอาหารทำเสร็จเมื่อไหร่และถูกเก็บมาอย่างไร ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือ รับแล้วควรกินให้เร็วที่สุดในมื้อนั้น โดยเฉพาะอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ไข่ อาหารทะเล กะทิ หรืออาหารปรุงสุกที่มีความชื้นสูง ไม่ควรเก็บข้ามคืนเพียงเพราะอาหารยังดูดีหรือไม่มีกลิ่นผิดปกติ

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำว่า อาหารปรุงสุกไม่ควรถูกวางไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินสองชั่วโมง และอาหารที่ต้องเก็บควรถูกนำเข้าสู่ความเย็นโดยเร็ว โดยควรรักษาอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ส่วนอาหารที่รอเสิร์ฟแบบร้อนควรรักษาไว้ที่มากกว่า 60 องศาเซลเซียส เพราะช่วงอุณหภูมิระหว่างประมาณ 5–60 องศาเซลเซียสเป็นช่วงที่จุลินทรีย์สามารถเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว

อากาศร้อนยิ่งต้องกินให้เร็วขึ้น

สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่อากาศร้อน การใช้หลักสองชั่วโมงเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หรือ USDA ระบุว่า หากอุณหภูมิสูงกว่า 90 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 32 องศาเซลเซียส อาหารที่เน่าเสียง่ายไม่ควรวางอยู่นอกความเย็นนานเกิน หนึ่งชั่วโมง

ตรงนี้สำคัญสำหรับข้าวกล่องบริจาคมาก เพราะก่อนมาถึงผู้ประสบภัยอาหารอาจผ่านการเดินทางอยู่ในรถ วางอยู่กลางแจ้ง หรือรอการแจกจ่ายในพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นหากได้รับข้าวกล่องมาโดยไม่ทราบเวลาปรุง ไม่ควรคิดว่าเรายังมีเวลาอีกหนึ่งหรือสองชั่วโมงนับจากตอนที่ได้รับ เพราะอาหารอาจใช้ช่วงเวลานั้นไปแล้วระหว่างการเดินทาง

แล้วถ้ามีตู้เย็นเก็บไว้กินพรุ่งนี้ได้ไหม?

ตามหลักของ USDA อาหารปรุงสุกหรืออาหารเหลือส่วนใหญ่สามารถเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 3–4 วัน แต่มีเงื่อนไขสำคัญว่า อาหารต้องถูกนำเข้าตู้เย็นอย่างรวดเร็วหลังปรุง และไม่ได้ถูกวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเกินช่วงเวลาที่ปลอดภัยก่อนหน้านั้น

เพราะฉะนั้นคำว่า เก็บได้ 3–4 วันไม่ได้หมายความว่าข้าวกล่องบริจาคทุกกล่องสามารถเอาเข้าตู้เย็นแล้วเริ่มนับใหม่ได้อีก 3–4 วัน หากเราไม่รู้ว่าอาหารผ่านการวางไว้ข้างนอกมากี่ชั่วโมงแล้ว การนำอาหารเข้าตู้เย็นไม่ได้ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ที่อาจเพิ่มจำนวนก่อนหน้านั้นหายไป เพียงแต่ความเย็นช่วยชะลอการเพิ่มจำนวนของเชื้อเท่านั้น

หากรู้แน่ชัดว่าอาหาร เพิ่งปรุงเสร็จไม่นานและถูกเก็บเข้าตู้เย็นภายในไม่เกินสองชั่วโมง จึงสามารถเก็บไว้รับประทานภายหลังได้ และเมื่อนำกลับมากินควรอุ่นอาหารให้ร้อนทั่วถึง USDA แนะนำให้อาหารเหลือที่นำกลับมาอุ่นควรมีอุณหภูมิภายในถึงประมาณ 74 องศาเซลเซียส

ดมแล้วไม่เหม็นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

อีกสิ่งที่ควรระวังคือการใช้กลิ่น สี หรือรสชาติเป็นตัวตัดสินว่าอาหารยังกินได้หรือไม่ เพราะอาหารที่มีเชื้อก่อโรคบางชนิดอาจยัง ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เปรี้ยว และไม่เปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด CDC จึงแนะนำว่า หากไม่แน่ใจในความปลอดภัยของอาหาร ไม่ควรชิมเพื่อทดสอบ และใช้หลักว่า เมื่อไม่แน่ใจให้ทิ้ง

ในสถานการณ์น้ำท่วมยังต้องระวังมากกว่าปกติ เพราะอาจเกิดทั้งไฟดับ น้ำไม่สะอาด หรือระบบทำความเย็นไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ หากไฟดับ CDC ระบุว่าตู้เย็นที่ปิดประตูไว้สามารถรักษาอาหารให้อยู่ในระดับปลอดภัยได้ประมาณ 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นอาหารเน่าเสียง่าย เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม และอาหารเหลือควรถูกนำไปทิ้งหากไม่มีน้ำแข็งหรือแหล่งความเย็นอื่นรักษาอุณหภูมิเอาไว้

นอกจากนี้หากข้าวกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ สัมผัสน้ำท่วม น้ำสกปรก หรือมีน้ำเข้าไปในกล่อง ไม่ควรเสียดายแล้วนำกลับมากิน เพราะน้ำท่วมอาจมีทั้งเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

จำง่ายๆ ถ้าเราเป็นคนรับข้าวกล่อง

หากได้รับข้าวกล่องบริจาคและ ไม่รู้ว่าทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ให้กินให้เร็วที่สุด และไม่ควรเก็บข้ามคืนโดยไม่จำเป็น หากรู้แน่ชัดว่าเพิ่งปรุงและยังอยู่ในช่วงเวลาปลอดภัยสามารถนำเข้าตู้เย็นได้ทันที ส่วนอาหารที่วางอยู่กลางอากาศร้อนมานาน ไม่รู้ความเป็นมาในการขนส่ง หรือไม่แน่ใจว่าเก็บอย่างถูกต้องหรือไม่การทิ้งอาจปลอดภัยกว่าการเสี่ยงกินเข้าไป

เพราะในช่วงน้ำท่วมการเกิดอาการ ท้องเสีย อาเจียน หรืออาหารเป็นพิษ ไม่ได้สร้างความลำบากเฉพาะกับผู้ป่วย แต่การเดินทางไปโรงพยาบาล การหาน้ำสะอาด หรือการเข้าถึงยาและบริการทางการแพทย์ก็อาจยากกว่าสถานการณ์ปกติด้วย

WHO จึงย้ำหลักความปลอดภัยอาหาร 5 ข้อ ได้แก่ รักษาความสะอาด แยกอาหารดิบและสุก ปรุงอาหารให้สุก เก็บอาหารในอุณหภูมิที่ปลอดภัย และใช้น้ำกับวัตถุดิบที่สะอาด ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ที่ยิ่งมีความสำคัญในช่วงเกิดภัยพิบัติ

สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การพยายามตอบให้ได้ว่า ข้าวกล่องหนึ่งกล่องเก็บได้กี่วัน แต่คือการรู้ว่าอาหารกล่องนั้นผ่านอะไรมาก่อนถึงมือเรา หากตอบไม่ได้การกินให้เร็วที่สุดและไม่ฝืนเก็บอาหารที่ไม่รู้ความเป็นมาไว้กินต่อคือทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษได้มากกว่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์