ภายหลังจากทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ปรับเปลี่ยนการตกแต่งเมืองเชียงใหม่ในงานประเพณี ‘ยี่เป็ง 2568’ หรืองานประเพณีลอยกระทงของชาวล้านนา แต่เกิดกระแสดราม่าและคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊กต่างๆ เป็นจำนวนมาก หลังทางเทศบาลได้นำสเปรย์สีดำมาพ่นทับดอกไม้ประดับไฟ ที่ก่อนหน้านี้ได้นำมาตกแต่งเมืองตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณเกาะกลางถนนเชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันตก ที่ตกแต่งเป็นดอกไม้และตัวการ์ตูนน่ารักหลากหลายสีสันสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อเปิดไฟยามค่ำคืน แต่ได้มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวการ์ตูนออก และนำสีดำมาพ่นทับดอกไม้และผีเสื้อให้กลายเป็นสีดำทั้งหมด

ปาริษา พงษ์แต้ ชาวเชียงใหม่ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการประดับตกแต่งแบบนี้ เพราะงานยี่เป็นเป็นเรื่องของประเพณี ที่ทางรัฐบาลได้ออกมายืนยันแล้วว่า สามารถดำเนินการจัดงานได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องของงานประเพณีวัฒนธรรม

“การนำสีดำมาพ่นทับสีเดิม เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้องและไร้วิสัยทัศน์ การทำให้ทุกอย่างเป็นสีดำไม่ใช่จะถูกต้องหรือเหมาะสมกับเรื่องของการถวายความอาลัยเสมอไป การปรับเปลี่ยนสี ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือ ซุ้มประตู เทศบาลนครเชียงใหม่ ใช้งบประมาณแบบไม่คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ไม่สอบถามผู้มีความรู้ความสามารถหรือฟังเสียงจากประชาชน ซึ่งสิ่งที่ทำออกมาไม่ได้มีความสวยงามหรือเหมาะสมทางด้านศิลปวัฒนธรรมเอาเสียเลย”

กิตติภรณ์ กิตติพงศ์ไพศาล ผู้ที่ทำงานด้านศิลปะ กล่าวว่า สีดำในวัฒนธรรมไทย “เป็นสีแห่งความอาลัย” ก็จริง แต่ในงานศิลปะสาธารณะ สีดำที่พ่นทับแบบฉับพลัน โดยไม่จัดองค์ประกอบใหม่ จะให้ความรู้สึก “มืด ดับ ทึบ” มากกว่าความสงบ ยิ่งถ้าเป็นพื้นผิวพลาสติกเงาๆ พอพ่นดำทับ มันจะดูเหมือนของถูกป้ายทับ ไม่ใช่งานที่ออกแบบด้วยความเคารพ

“หลังมีกระแสด้านลบ เทศบาลนครเชียงใหม่ควร ใช้โอกาสนี้สร้างการเรียนรู้ให้แก่ตัวเมืองเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ไม่ควร “กลบงานศิลปะ” แต่ควร “กลั่นมันให้ลึกขึ้น” ให้ความอาลัยปรากฏผ่านความสงบ ความเรียบ และความเข้าใจ”
“งานศิลปะในพื้นที่สาธารณะไม่ใช่แค่สวยหรือไม่สวย แต่คือการสื่อสารความรู้สึกของผู้คนในสังคม เพราะความอาลัยไม่จำเป็นต้องหมายถึงความมืด แต่อาจหมายถึงความสงบ การขอบคุณ และการน้อมรำลึกด้วยแสงอ่อนๆ ซึ่งจากงานเดิมเหมือนเป็นพลังแห่งชีวิต เปลี่ยนเป็นพลังแห่งการรำลึก อยากให้เป็นความเงียบสงบที่ไม่ว่างเปล่า” กิตติภรณ์ กล่าว

ด้าน อัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้มีการประชุมปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดงานประเพณียี่เป็งในวันที่ 4- 6 พฤศจิกายนนี้ หลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้สวรรคต
“ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกระทงใหญ่ที่จะเกิดขึ้นโดยทางเทศบาลได้เริ่มประชุมตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในการปรับเปลี่ยนนั้น เราจะคงรูปแบบวัฒนธรรมไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการประกวดสะเปา ประกวดกระทงต่างๆ การเทศน์ พิธีตั้งธรรมหลวง และการขอขมาแม่น้ำปิง”
“ส่วนเรื่องของการตกแต่เมืองนั้น ต้องเป็นการตกแต่งเมืองหลังจากที่พระพันปีสวรรคต ก็จะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อเทิดพระเกียรติไว้อาลัยก็จะมีการปรับลดโทนสีลงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยมคูเมือง ประตูช้างเผือก ถนนท่าแพเองก็ตาม และตามเส้นทางของขบวนใหญ่ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568”


นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า กิจกรรมในงานประเพณีเดือนยี่เป็งก็จะปรับลดงานรื่นเริงทั้งหมด เหลือเพียงวัฒนธรรมเท่านั้น
“ส่วนการตกแต่งเมืองที่ได้มีการพ่นสีสเปรย์ทับดอกไม้เป็นสีดำจนกลายเป็นกระแสดราม่า ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการปรับลดโทนสีลง และจุดดังกล่าวได้มีการพ่นสีดำสลับกับสีขาว จะมีการประดับดอกไม้สีขาว ซึ่งเป็นดอกไม้จริงเพิ่มเติมอีก และจะมีการนำบทพูดที่เป็นการแสดงการถวายความอาลัยมาเสริมในจุดนี้ โดยขอยืนยันว่ายังปรับปรุงไม่เสร็จ ที่แล้วเสร็จก็มีประตูช้างเผือกดอกไม้นั้นปรับลดโทนสีลง”
“ส่วนช้างที่ก่อนหน้านี้เป็นสีสัน สีชมพูก็ได้ปรับเป็นสีขาวเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระทงที่อยู่ตามคูเมืองที่เป็นกระทงสีชมพูก็ได้มีการลดโทนสีลง ส่วนซุ้มประดับของถนนท่าแพนั้นก็มีการปรับรูปแบบเพิ่มเติม ปรับเพื่อแสดงความอาลัยและเทิดพระเกียรติและปรับโทนสีของไฟที่ประดับซุ้มด้วยทั้งหมด”
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ทำการรื้อดอกสีดำออกก่อนทั้งหมด เพื่อนำไปทำใหม่ และจะนำมาติดตั้งอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2568 นี้ ซึ่งจะมีการออกแบบและตกแต่งใหม่ให้เหมาะสมสวยงามอีกครั้ง





