กลายเป็นดราม่าถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียอย่างร้อนแรง จากกรณีที่ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวูฒิสภา (สว.) ถูกชายชาวไทยในประเทศไอซ์แลนด์ ขับไล่ออกจากร้านอาหาร พร้อมยังอัดคลิปขู่ใช้ความรุนแรงกับ ส.ว.คนดัง
โดยเรื่องนี้ เริ่มต้นที่คณะของ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ ได้เดินทางไปเที่ยวไอซ์แลนด์ และแวะร้านอาหารที่เมืองเรคยาวิก (Reykjavik) แต่ปรากฏว่า พญ.คุณหญิง พรทิพย์ กลับถูกชายชาวไทย ซึ่งไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นเจ้าของร้าน หรือเป็นเพียงหัวหน้าเชฟ ขับไล่ออกจากร้านอย่างหยาบคาย โดยอ้างเพียงว่าเคยชื่นชอบ สว.รายนี้มาก แต่รับไม่ได้สิ่งที่ สว.ทำกับประเทศไทย และเกลียดฝังใจมาก แถมเจ้าตัวยังอัดคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ด้วย
ต่อมา ชายรายนี้ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวยืนยันว่า “ผมเป็นเจ้าของคลิปนี้แหละครับ และไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบนะครับ แต่ สว. ขยะ เราไม่เอาเข้าร้านนะครับ เจอที่ไหนช่วยกันขับไล่” ยิ่งไปกว่านั้น ยังไลฟ์สดขู่จะใช้ความรุนแรงกับ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ อีกด้วย

เมื่อเหตุการณ์นี้ กลายเป็นข่าวร้อนตามหน้าสื่อฯ ชาวโซเชียลฯ จึงได้ไปขุดคุ้ยตัวตนของชายรายนี้ และพบว่ามีการแสดงตัวเป็นผู้สนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่ง ก่อนที่จะปิดความเคลื่อนไหวเฟซบุ๊กส่วนตัว รวมถึงเพจร้านที่เกิดเหตุด้วย หลังมีผู้เข้าไปตอบโต้และวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ได้มีการตั้งข้อสงสัยว่า เหตุดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีของ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ และ สว.หลายๆท่าน ซึ่งไม่เป็นที่สบอารมณ์ของบรรดาผู้สนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะกลายเป็นประเด็นดราม่าไฟลามทุ่ง แต่ทาง พญ.คุณหญิง พรทิพย์ ก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเพียงการตอบคอมเมนต์ หลังมีผู้เข้าไปให้กำลังใจในโพสต์ที่เป็นภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยว ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ ไม่รับมันมา ทุกสิ่งที่ทำก็กลับเข้าตัวค่ะ”
ที่สุดแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร โปรดติดตาม

อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี เผยมุมมองทางกฎหมายกรณี 'หมอพรทิพย์' ชี้เจ้าของร้านไม่มีสิทธิไล่ด้วยเหตุผลทางการเมืองส่วนตัว ไม่มีสิทธิถ่ายคลิปประจาน คลิปใช้เป็นหลักฐานฟ้องละเมิดได้ ประเทศสมาชิก EU ส่วนใหญ่ มีกฎหมายปกป้องสิทธิ
พายุ เนื่องจำนงค์ อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ถึงมุมมองส่วนตัว ต่อกรณีที่ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวูฒิสภา (สว.) ถูกชายชาวไทยในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือเป็นเพียงหัวหน้าเชฟ ขับไล่ออกจากร้าน โดยเนื้อหาระบุว่า
1\. เจ้าของร้าน “มีสิทธิ” ที่จะปฎิเสธการให้บริการ ถ้ามีเหตุให้ต้องปฎิเสธ เช่น สร้างความวุ่นวาย เมา หรือไม่ทำตามระเบียบของร้านที่ระบุไว้ก่อน เช่น (ต้องใส่เสื้อ ใส่รองเท้า ในร้าน) ซึ่งในกรณีจากในคลิปนั้นไม่ใช่ประเด็น
2\. เจ้าของร้าน “ไม่มีสิทธิ” ที่จะไล่ด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้ เช่น สัญชาติ สีผิว ศาสนา เพศสภาพ และในบางที่นั้นครอบคลุมไปถึง การข้องเกี่ยวทางการเมือง (political affiliation) ของตัวลูกค้า เช่น ในกรณีนี้ที่เจ้าของร้านอ้างการเมืองเป็นเหตุที่ขับไล่หมอ
3\. เจ้าของร้าน “ไม่มีสิทธิ” ที่จะถ่ายสบประมาท และถ่ายประจานหมอและนำมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางหมอ เช่นในคลิป (รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่ไม่รู้เรื่องด้วยที่ติดมาในคลิป) มันเป็นการล่วงเกินสิทธิส่วนบุคคลของตัวหมอ ซึ่งในคลิปนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แต่คลิปกลับเป็นหลักฐานประกอบการละเมิดโดยตัวเจ้าของร้านแทน
4\. ขอเรียนว่าบริบทกฎหมายที่พูดถึงนั้นมาจากกฎหมาย anti-discrimination laws และ privacy laws ที่สหรัฐอเมริกาที่ตนคุ้นเคย ซึ่งหลายๆ มาตราอาจจะไม่มีการคุ้มครองสิทธิถึงในกฎหมายของประเทศที่เป็นเหตุ แต่เชื่อว่าประเทศที่เป็นสมาชิกอยู่ใน EU ส่วนใหญ่แล้วมีกฎหมายที่ปกป้องสิทธิที่ใช้พื้นฐานของจริยธรรมทำนองเดียวกันอยู่ดี
ทั้งนี้ทั้งนั้นการกระทำดังกล่าว หากต่อให้ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย หรือผิดและไม่มีใคร (หรือทางหมอเอง) ไปยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐในประเทศดังกล่าวที่รับผิดชอบ ก็เชื่อว่าการกระทำนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อทางร้าน ในสายตาของเหล่าคนที่จะใช้และเคยใช้บริการ เพราะมันส่อถึงสันดานของตัวเจ้าของร้านที่เลือกที่จะทำธุรกิจด้านบริการ แต่ไม่สามารถแยกแยะและมีวุฒิภาวะพอที่จะควบคุม “อารมณ์ร่วม” ทางการเมืองส่วนตัวได้.. แล้วมาลงที่ทางหมอแทน
สิ่งที่ทางหมอพรทิพย์ “ทำ” ในเมืองไทยนั้นจะถูกหรือจะผิด หรือการเห็นต่างกับคุณในวันนี้มันไม่ใช้ประเด็น แต่ ณ วันที่หมออยู่ที่ร้านของคุณหมอไม่ได้ทำอะไรผิด.. มีแต่ทางเจ้าของร้านที่ทำผิดจากพฤติกรรมที่ผมได้อ้างอิงถึงดังกล่าว





