DSI เดินหน้าขยายผล “คดี Forex” หลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลได้ครบทั้ง 2 ราย คือ ‘โค้ชเจมส์’ และ ‘มัลลิกา’ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาอีก 22 ราย รวมถึง ‘ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ’ ศาลให้ใช้วิธีออกหมายเรียกแทน ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของเครือข่ายลงทุนที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
ความคืบหน้าในวันนี้เปิดฉากด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม ‘มัลลิกา’ ผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาในหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
การจับกุมเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลพระราม 9 หลังผู้ต้องหาอ้างว่ามีอาการป่วยและเข้ารับการรักษาตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกจับกุมก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำเพิ่มเติม
DSI ชี้เป็นหนึ่งในเครือข่ายรับเงินลงทุนจากผู้เสียหาย
ผลการสืบสวนของ DSI พบว่า บริษัทโบรกเกอร์ดังกล่าวเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ลงทุนในตลาด Forex และยังพบความเชื่อมโยงกับบุคคลในเครือข่ายผู้แนะนำการลงทุน
ก่อนหน้าการจับกุม ‘มัลลิกา’ เพียง 1 วัน DSI ได้จับกุม ธีรพงษ์ คงแก้ว หรือ ‘โค้ชเจมส์’ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ขณะเดินทางกลับจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
DSI ระบุว่า ธีรพงษ์มีบทบาทเป็นกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ IB (Introducing Broker) ทำหน้าที่สอนการเทรดและชักชวนผู้สนใจให้เข้าไปลงทุนกับโบรกเกอร์ในเครือข่ายเดียวกัน
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้แนะนำการลงทุน บริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทรับชำระเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกผู้เสียหายจำนวนมากร้องทุกข์กล่าวโทษ
ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายธีรพงษ์ไปขออำนาจศาลฝากขัง ขณะที่ทนายความเตรียมยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว
ศาลอนุมัติหมายจับเพียง 2 ราย จากคำร้อง 24 ราย
คดีดังกล่าวเริ่มจากการที่ DSI รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อขออนุมัติหมายจับบุคคลและนิติบุคคลรวม 24 ราย ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับเพียง 2 ราย ได้แก่ ‘โค้ชเจมส์’ และ ‘มัลลิกา’ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 22 ราย ศาลเห็นว่ายังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ โดยหนึ่งในนั้นคือ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ชี้แจงว่าเป็นเพียงผู้ลงทุนและเคยซื้อขายทองคำผ่านบริษัทดังกล่าวเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ศาลยังให้ข้อสังเกตว่าการพิจารณาคดีต้องดำเนินไปอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
DSI เตรียมออกหมายเรียก ‘ภาวุธ’
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ DSI สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 2 รายแล้ว ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่น รวมถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จะเข้าสู่กระบวนการออกหมายเรียกตามคำสั่งศาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า เชื่อว่านายภาวุธจะไม่หลบหนี และพร้อมเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวน โดย DSI จะพิจารณากำหนดวันเรียกตัวตามความเหมาะสมของสำนวนคดี
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ยืนยันว่า แม้ศาลจะไม่อนุมัติหมายจับผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ แต่ DSI ยังเชื่อว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่บ่งชี้ถึงการกระทำความผิด และจะดำเนินการสอบสวนต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย
ตรวจสอบคลิปโปรโมตลงทุน-เส้นทางเงิน 28 ล้านบาท
DSI เปิดเผยเพิ่มเติมว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบคลิปวิดีโอที่ปรากฏภาพนายภาวุธในลักษณะคล้ายการประชาสัมพันธ์หรือแนะนำการลงทุนให้กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงเส้นทางการเงินประมาณ 28 ล้านบาทที่ถูกระบุว่ามีการโอนถึงนายภาวุธ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับเส้นทางการเงินรวมกว่า 833 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกและประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
DSI ชี้เงินลงทุนไม่ได้ถูกนำไปเทรดจริง
พนักงานสอบสวนระบุว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ พบว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องมีการรับเงินจากผู้ลงทุน แต่ไม่ได้ส่งเงินไปซื้อขายในตลาด Forex ต่างประเทศตามที่กล่าวอ้าง โดยเงินยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ทั้งนี้ DSI ย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีนิติบุคคลใดในประเทศไทยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจซื้อขาย Forex ในลักษณะที่ปรากฏในคดีดังกล่าว
คดี Forex ที่ DSI กำลังดำเนินการเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังจากนี้ต้องจับตาถึงการออกหมายเรียก ‘ภาวุธ’ รวมไปถึงการล็อกเป้าตรวจสอบบทบาทของผู้แนะนำการลงทุน ความเชื่อมโยงของเครือข่ายโบรกเกอร์ และเส้นทางการเงินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการนำเงินของผู้ลงทุนไปซื้อขาย Forex ตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่




