















พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.), ทันตแพทย์หญิง จุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำแถลงรายละเอียดผลปฏิบัติการครั้งใหญ่ในการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ผิดกฎหมาย ภายหลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 24 จุด ในเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เป็นกรณีที่เราได้สอบสวนจากการเปิดบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เป็นโบรกเกอร์ และชักชวนให้ลงทุนเพื่อได้ส่วนต่างค่าเงิน โดยมีผู้ประกอบกิจการ 3 กลุ่ม คือ
- โบรกเกอร์เปิดหน้าเว็บ 4 บริษัท ที่พบในขณะนี้
- กลุ่มบริษัทที่ชักชวนลงทุน ให้คำแนะนำ สอนเทรด หลังจากมีผู้สนใจที่จะลงทุนแล้ว จะแนะนำให้ไปพบกับโบรกเกอร์ หรือขายจากคนเหล่านั้นในกลุ่มเดียวกัน
- กลุ่ม Payment รับส่งเงิน โดยทั้ง 3 กลุ่มมีความเชื่อมโยงกัน
จากผลการตรวจค้นปูพรมตรวจค้นบริษัท 15 แห่ง และบ้านพักบุคคลผู้เกี่ยวข้อง 9 แห่ง คณะพนักงานสอบสวนสามารถตรวจยึดของกลางและอายัดสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล ประกอบด้วย เงินสดจำนวน 65,270,000 บาท, รถยนต์หรู 5 คัน, รถยนต์ทั่วไป 15 คัน, รถจักรยานยนต์ 4 คัน, วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 50 บาท, เงินแท่ง 12 กิโลกรัม, นาฬิกาหรู 113 เรือน, กระเป๋าแบรนด์เนมมากกว่า 40 ใบ, อาวุธปืนพร้อมกระสุน และอุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง รวมถึงกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Hardware Wallet) อีกจำนวน 4 ชิ้น
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบทางเทคนิคยังพบร่องรอยการทุจริตผ่านระบบเทรด เช่น การควบคุมราคา การหน่วงเวลา และการล็อกคำสั่งซื้อขายเพื่อโกงเงินผู้ลงทุน ซึ่งเข้าข่ายความผิดร้ายแรงตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายฉบับ โดยขณะนี้พบผู้เสียหายกว่า 500 คน และความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ภาวุธ พงษ์วิทยาภาวุธ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ก่อนหน้านี้ถูกเปิดเผยว่ามีส่วนเชื่อมโยงนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ยังไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก แต่ขณะนี้ยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และจะมีการทยอยออกหมายเรียกบุคคลอื่น ๆ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสมัยประชุมและมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง โดยหลังปิดสมัยประชุมอาจมีการส่งหนังสือเชิญเข้าชี้แจงเพิ่มเติม ส่วนการดำเนินการยังไม่เร่งรัด เนื่องจากมีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อน
ด้าน ร.ต.อ.เขมชาติ ยืนยันว่า การสืบสวนคดีนี้ดำเนินมาก่อนราว 6 เดือน เริ่มจากเครือข่ายสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ก่อนขยายผลมายังธุรกิจ Forex และเส้นทางเงินที่ซับซ้อน โดยได้รับการยืนยันจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วว่า ธุรกิจ Forex ลักษณะนี้ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย แบ่งแนวทางการสืบสวนเป็น 3 กลุ่ม คือ โบรกเกอร์, กลุ่มผู้ชักชวนลงทุน และกลุ่ม Payment ที่เป็นเส้นทางการเงิน
ร.ต.อ.เขมชาติ ยังกล่าวถึงเส้นทางการเงินจากบริษัท ALPFX เชื่อมต่อกับ Spark Digital และมีการโอนต่อไปยังบัญชีของ ภาวุธ พงษ์วิทยาภาวุธ รวม 28 ล้านบาท แบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท 14 ครั้งในวันเดียว ปี 2567 โดยย้ำว่าเป็นเพียงข้อมูลที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และยังไม่ถือว่าเป็นความผิด พร้อมเปิดรับคำชี้แจงจากทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน ยังมีการกล่าวถึง ‘ฟิล์ม’รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซึ่งถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัท Eterwealth ในเครือข่ายโบรกเกอร์ Forex และเกี่ยวพันกับผู้เสียหายที่ร้องเรียนหลายราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่ามีความผิด และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมเช่นกัน
ร.ต.อ.เขมชาติ ย้ำด้วยว่า การดำเนินการทั้งหมดไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีการกดดันหรือใบสั่ง และเป็นการทำงานตามพยานหลักฐานที่สะสมมานาน เมื่อถึงจังหวะเหมาะสมจึงเข้าตรวจค้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจขยายวงกว้าง พร้อมระบุว่าหากล่าช้าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อายัดบัญชีรวม 77 ราย ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา พร้อมระงับคริปโทเคอร์เรนซี ขณะที่ พล.ต.ต.ทินกร ระบุว่าพบการแจ้งความออนไลน์กว่า 65 คดี บัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 1,000 บัญชี และความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท และจะขยายผลตรวจสอบผู้เสียหายเชิงลึกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง ‘ภาวุธ’ และ ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ และการตรวจสอบยังครอบคลุมหลายวงการ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง



















