หลัง ‘กรมสอบสวนคดีพิเศษ’ ดำเนินการกวาดล้างขบวนการลักลอบจัดหาหญิงไทย เพื่อรับจ้างตั้งครรภ์แทน (อุ้มบุญ) ให้กับผู้ว่าจ้างชาวต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดวันนี้ (1ก.ย.) มีความคืบหน้าการขยายผลเพิ่มเติม โดย ‘อัษฎาวุธ ศรีปิตา’ ผู้ช่วยโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ‘ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์’ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าคดีพิเศษขบวนการลักลอบอุ้มบุญ ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในจังหวัดหนองคาย กรณี เด็กชายแทนไท (นามสมมุติ)
จากการขยายผลพบว่ามีสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย สถานพยาบาลย่านถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร , สถานพยาบาลย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ และสถานพยาบาลย่านถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน
โดยสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่ง จะดูแลเรื่องการตรวจร่างกายให้กับหญิงที่อุ้มบุญผิดกฎหมาย ทั้วก่อนและและหลังการตั้งครรภ์ รวมถึงเป็นสถานคลอดบุตรให้กับหญิงที่อุ้มบุญผิดกฎหมายด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สนธิกำลังบุกจับ ‘สุเนตร จอมศรี’ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ที่บ้านพักในจังหวัดหนองคาย โดยชายคนนี้ทำหน้าที่เป็น ‘นายหน้า’ ในการจัดหาญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติ จนมีทรัพย์สินเป็นที่ดินกว่า 100 ไร่
ทั้งนี้ ‘การอุ้มบุญ’ สามารถทำได้ หากได้รับการอนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ห้ามไม่ให้ทำในลักษณะ ‘อุ้มบุญเพื่อประโยชน์ทางการค้า’ หากฝ่าฝืน ผู้ว่าจ้าง นายหน้า แพทย์ รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
สำหรับปัญหา ‘การอุ้มบุญผิดกฎหมาย’ ก่อให้เกิดปัญหาในสังคมหลายอย่าง โดยปลายทางของเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ อาจถูกนำไปค้าอวัยวะ ค้าประเวณี หรืออุตสาหกรรมทางเพศ และมีหลายกรณีที่เด็กเกิดมามีความบกพร่องทางร่างกาย ก็จะถูกทอดทิ้ง อย่างไร้มนุษยธรรม ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
ล่าสุดวันนี้ (1ก.ย.) มีความคืบหน้าการขยายผลเพิ่มเติม โดย ‘อัษฎาวุธ ศรีปิตา’ ผู้ช่วยโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ‘ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์’ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าคดีพิเศษขบวนการลักลอบอุ้มบุญ ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในจังหวัดหนองคาย กรณี เด็กชายแทนไท (นามสมมุติ)
จากการขยายผลพบว่ามีสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย สถานพยาบาลย่านถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร , สถานพยาบาลย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ และสถานพยาบาลย่านถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน
โดยสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่ง จะดูแลเรื่องการตรวจร่างกายให้กับหญิงที่อุ้มบุญผิดกฎหมาย ทั้วก่อนและและหลังการตั้งครรภ์ รวมถึงเป็นสถานคลอดบุตรให้กับหญิงที่อุ้มบุญผิดกฎหมายด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สนธิกำลังบุกจับ ‘สุเนตร จอมศรี’ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ที่บ้านพักในจังหวัดหนองคาย โดยชายคนนี้ทำหน้าที่เป็น ‘นายหน้า’ ในการจัดหาญิงไทยมารับจ้างอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติ จนมีทรัพย์สินเป็นที่ดินกว่า 100 ไร่
ทั้งนี้ ‘การอุ้มบุญ’ สามารถทำได้ หากได้รับการอนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ห้ามไม่ให้ทำในลักษณะ ‘อุ้มบุญเพื่อประโยชน์ทางการค้า’ หากฝ่าฝืน ผู้ว่าจ้าง นายหน้า แพทย์ รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
สำหรับปัญหา ‘การอุ้มบุญผิดกฎหมาย’ ก่อให้เกิดปัญหาในสังคมหลายอย่าง โดยปลายทางของเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ อาจถูกนำไปค้าอวัยวะ ค้าประเวณี หรืออุตสาหกรรมทางเพศ และมีหลายกรณีที่เด็กเกิดมามีความบกพร่องทางร่างกาย ก็จะถูกทอดทิ้ง อย่างไร้มนุษยธรรม ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง




