หลัง คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติรับคดีฮั้วเลือก สว. ไว้เป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานฟอกเงิน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (21 มี.ค.) พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่างคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานอัยการ จากสำนักงานอัยการพิเศษ นัดแรก เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยการประชุมครั้งนี้ พ.ต.อ.ยุทธนา เปิดเผยว่า เป็นการกำหนดแนวทางการาอบสวน และเป็นการสรุปข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ ให้ที่ประชุมได้รับทราบเพื่อดูว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินในเรื่องนี้บ้าง โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายการเดินบัญชีและเส้นทางการเงินร่วมด้วย ซึ่ง คดีนี้มีพยานที่ต้องสอบปากคำจำนวนมาก แต่ยังตอบไม่ได้ว่ามีกี่คน โดยจะตรวจสอบข้อมูลในช่วงปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พบข้อมูลว่ามีการกระทำความผิด
ส่วนการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี คณะพนักงานสอบสวนจะนัดประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจะพยายามคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อให้ทันกรอบเวลาที่ กกต. จะมีอำนาจเพิกถอน สว. ออกจากตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าพยานในคดีนี้จะเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

พ.ต.อ.ยุทธนา ยังบอกว่า เบื้องต้น ดีเอสไอจะดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน แต่หากพบความผิดเพิ่มเติมในข้อหาอื่น พนักงานสอบสวนก็สามารถดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ แต่ต้องทำคดีหลักให้แล้วเสร็จก่อน ส่วนใครจะโยงเรื่องนี้กับเรื่องการเมือง ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถคิดได้ แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีกลุ่ม สว. ไปร้องเรียนเรื่องจริยธรรมของ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อ ป.ป.ช. ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเช่นกัน
ด้าน สุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ระบุว่า หลังการประชุมวันนี้ พนักงานสอบสวนสามารถสอบปากคำพยานได้ทันที โดยจะสอบเรียงลำดับความสำคัญของพยานจากมากไปหาน้อย




