คดีเสี่ยเบนท์ลีย์ ที่ก่อเหตุซิงรถหรูบนทางด่วน ก่อนพุ่งชนรถยนต์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่หลังเกิดเหตุเจ้าของรถหรูรายนี้ ได้ปฎิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ โดยอ้างว่าเจ็บหน้าอก และขอใช้วิธีการตรวจเลือดวัดแอลกอฮอล์แทน โดยมีรายงานว่า มีบุคคลแอบอ้างเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่าจะพาผู้ก่อเหตุไปตรวจเลือดที่ รพ.ตำรวจ เอง
ล่าสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเบนท์ลีย์ คิดว่าเป็นเพียงการพูดลอยๆ ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง สามารถตรวจสอบได้ และหากพบเบาะแสว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ให้บอกมาได้เลยตนพร้อมจะลาออกจากตำแหน่งทันที
อีกประเด็นที่สังคม กำลังให้ความสนใจในคดีนี้ คือ ข่าวลือเรื่องผลตรวจเลือดของ ‘สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์’ ซึ่งเป็นคนขับรถเบนท์ลีย์คันเกิดเหตุ โดยพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 10.73 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด (ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเมาแล้วขับ) แต่จนถึงขณะนี้ตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ล่าสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเบนท์ลีย์ คิดว่าเป็นเพียงการพูดลอยๆ ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง สามารถตรวจสอบได้ และหากพบเบาะแสว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ให้บอกมาได้เลยตนพร้อมจะลาออกจากตำแหน่งทันที
อีกประเด็นที่สังคม กำลังให้ความสนใจในคดีนี้ คือ ข่าวลือเรื่องผลตรวจเลือดของ ‘สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์’ ซึ่งเป็นคนขับรถเบนท์ลีย์คันเกิดเหตุ โดยพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 10.73 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด (ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเมาแล้วขับ) แต่จนถึงขณะนี้ตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่



