งานเข้าปางช้างชื่อดัง! กมธ.ปกครอง จ่อสอบแล้ว!

25 ต.ค. 2567 - 14:53

  • งานเข้าปางช้างโลกสวย! ‘เครือข่ายคนรักช้าง-ปางช้างเชียงใหม่’ ยื่น กมธ.ปกครอง สอบปางช้างชื่อดัง ดูแลสวัสดิภาพสัตว์ดีหรือไม่ ทำไมย้ายช้างไม่ทันน้ำท่วม

  • ด้าน FC ตัวยงเจ็บใจ ประกาศไม่สนับสนุนต่อ หลังบริจาค 4 รอบ ช้างพลายขังคอกสักตัว ก็ไม่เคยพาไปให้ชมให้เห็น ใบเสร็จก็ไม่ได้ งง เปิดมูลนิธิอย่างไร ไม่ออกใบรับรอง แนะถ้าไม่มีศักยภาพในการเลี้ยง ปล่อยต่อให้คนที่ดูแลได้เถอะ ซัดเจ้าของปางหญิง ยังไม่รู้อีกผิดพลาดอะไร

  • ขณะ ‘กรวีร์’ เผยเตรียมเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือสัปดาห์หน้า วอนเจ้าของปางส่งคนที่ตัดสินใจได้เข้าร่วมด้วย

elephant_25oct2024_SPACEBAR_Hero_a4890ddb33.jpg

ตัวแทนสมาคมสหพันธ์ช้างไทย นำโดย ‘วาสนา ทองสุข’ กรรมการบริหารปางช้างแม่แตง และพ.อ.ปณต เขตต์สันเทียะ ทีมกฎหมาย พร้อมสมาชิก ยื่นหนังสือต่อ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบมูลนิธิช้างแห่งหนึ่งในจังหวัด  เชียงใหม่ หลังกรณีเกิดเหตุน้ำป่าท่วมปางช้าง และทำให้ช้างตาย 2 เชือก 

วาสนา กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. และในช่วงเช้าวันที่ 5 ต.ค. ได้พบซากช้างล้มจำนวน 2 เชือก ลอยติดกับซากไม้ในแม่น้ำแม่แตงบริเวณด้านหลังโรงแรมสิบแสน รีสอร์ต แอนด์ สปา อ.แม่แตง โดยทั้ง 2 เชือกอยู่ห่างกัน 300 เมตร ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ทั้งสองเชือก เป็นช้างจากมูลนิธิดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบซากช้างล้มราว 6 กม. ทั้งนี้ จำนวนช้างในปางดังกล่าว มีทั้งหมด 119 เชือก ทางเจ้าหน้าที่ของปางและควาญในพื้นที่ช่วยนำขึ้นไปที่ปลอดภัยเบื้องต้นเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่อยู่ในคอกของปางช้างทั้งสองฝั่งแม่น้ำรวม 16 เชือก ซึ่งยังอยู่ครบและยังมีชีวิต แต่ข้อมูลล่าสุด ยังมีช้างที่ยังสูญหายประมาณ 5-9 เชือก 

วาสนา กล่าวว่า สมาคมสหพันธ์ช้างไทย และองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการทำงานปางดังกล่าว ดังนี้

  1. เหตุผลของการไม่อพยพช้างในเวลาเหมาะสม เนื่องจากมีการเตือนจากทางราชการตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.  แต่ทางปางดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการปกติ และหลังเกิดเหตุ ผู้ก่อตั้งปางดังกล่าวได้โพสข้อความใน Facebook ว่า ได้อพยพช้างไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. แต่กลับพบช้างจำนวน 16 เชือกอยู่ในปาง และมีการสูญเสียตามที่กล่าวมา
  2. การดูแลสัตว์ภายใต้การ พรบ.คุ้มครอง สวัสดิภาพ ความปลอดภัย เนื่องจากช้างที่ได้รับการช่วยเหลือในเหตุการณ์น้ำท่วมของวันที่ 4 ต.ค. พบว่ามีการกั้นคอกกำแพงสูง (ทำให้ช้างไม่สามารถหนีน้ำได้) และพบว่าบางตัวถูกล่ามโซ่ 
  3. กรณีการเป็นเจ้าของช้างของปางดังกล่าว เนื่องจากพบว่า จากจำนวนช้าง 119 เชือก มีช้างจำนวน 51 เชือก เป็นของมูลนิธิ แต่อีก 56 เชือกเป็นชื่อของเจ้าของปาง
  4. พนักงานของปางดังกล่าวได้ทำการถูกกฎหมายหรือไม่ และได้รับสวัสดิภาพ กฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างไร เนื่องจากคนงานส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและต่างชาติ 
  5. ตรวจสอบเงินบริจาคของทางมูลนิธิ เนื่องจากมีการแจ้งว่า เจ้าของปางได้นำเงินบริจาคไปใช้ในทางที่มิได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิและการดูแลสัตว์แต่อย่างใด
  6. การให้ข้อมูลเท็จของเจ้าของปาง ผ่านสื่อเป็นข้อความใน Facebook ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและข้อมูลเท็จต่อสังคม

ขณะที่ พ.อ.ปณต เขตต์สันเทียะ ในฐานะทีมงานกฎหมาย กล่าวว่า อยากเรียกร้องโอกาสให้กับปางช้างที่เลี้ยงอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ว่าเอาไปพูดโจมตีเรื่องเลี้ยงด้วยโซ่ ตะขอ แล้วมันไม่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นงานวิจัยมาเป็นร้อยปีแล้ว ไปดราม่าในสื่อว่าเราทารุณโหดร้าย มันทำให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติอย่างมาก

ด้านหญิงรายหนึ่งที่เคยเป็นแฟนคลับของช้างในมูลนิธิดังกล่าว เปิดเผยว่า เคยเป็นแฟนคลับปางช้างโลกสวยนี้มาก เคยบริจาคไปให้ถึง 4 ครั้ง ในปีนี้ ซึ่งหวังว่า จะนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง แต่ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ปางช้างปางอื่นสามารถช่วยได้หมด แต่ทำไมปางนี้ถึงช่วยไม่ได้ ทั้งที่ถ้าทำเป็นมูลนิธิควรมีศักยภาพไปช่วยปางอื่นได้ด้วยซ้ำ และเมื่อหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ก็ยังได้บริจาคไปด้วยในวันที่ 5 ต.ค. แต่พอเราได้ยินการสัมภาษณ์ของเขา เขากลับไม่รู้สึกเลยว่า ปางตัวเองทำผิดพลาดอะไร ไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง มันทำให้เรารับไม่ได้ ซึ่งเรื่องเงินบริจาค จากประสบการณ์ส่วนตัว บริจาคไป 4 ครั้ง ไม่ได้รับเอกสารรับรองเลยสักครั้ง ต้องมีการทวง นอกจากนี้ ไปเที่ยวที่ปางช้างนี้ 2 ครั้ง ช้างพลายขังคอกสักตัว ก็ไม่เคยพาไปให้ชมให้เห็น

“คำถามคือคุณจะดูแลช้างได้อย่างไร จะดูแลเขาแบบนั้นหรือ ช้างไม่ใช่สัตว์ที่มีอายุ 10-20 ปี เขามีอายุยาวเหมือนกับเรา คุณจะขังไว้ในคอกถึงเมื่อไหร่ ช้างไทยไม่ใช่ช้างแอฟริกา จะได้ไปอยู่ในซาฟารี เพราะฉะนั้น จุดหมายสำคัญคือถ้าคุณไม่มีศักยภาพในการเลี้ยง คุณควรจะขอคำแนะนำจากผู้อื่น หรือไม่ก็ส่งต่อให้คนที่มีศักยภาพ”

— อดีตแฟนคลับมูลนิธิชื่อดัง กล่าว

เมื่อถามว่า ยอดที่บริจาคไปเป็นทั้งหมดเท่าไหร่ อดีตแฟนคลับมูลนิธิชื่อดัง กล่าวว่า รวมๆ แล้ว 5,000 บาท 4 ครั้ง ยอดบริจาคครั้งแรกเราไปให้กับมือผู้บริหารปางนั้นเลย แล้วเมื่อไปขอเข้าชม เขาแจ้งว่าชาวไทยเข้าชมฟรี แต่พอไปถึง จะถามทันทีว่า จะบริจาคเป็นอะไร เพราะจะต้องรายงานผู้บริหารทราบ จึงจะบริจาคเป็นเงินทุกครั้ง และวันที่เราจองจะต้องแจ้งว่า จะเข้าชมวันไหน ก็บอกว่าจะไปรับใบเสร็จหน้างาน แต่พอไปถึงวันจริงก็ไม่เคยได้รับ โดยไม่ให้เหตุผลใดๆ

“ตอนนั้นเป็นเอฟซีเนอะ เราก็โลกสวย อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่เราบริจาคเงินให้ปางช้างอื่น 10,000 บาท และอีกที่ เดือนละ 500 บาท พี่ก็ส่งตัวอย่างใบเสร็จไปให้ปางช้างนี้ดูเลยว่าไม่ว่าจะบริจาคน้อยหรือมาก ถ้าคุณจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ทันทีที่คุณรับเงิน คุณต้องออกใบเสร็จ”

— อดีตแฟนคลับมูลนิธิชื่อดัง กล่าว

อดีตแฟนคลับมูลนิธิชื่อดัง กล่าวต่อว่า ได้ทวงถามไปยังแชทข้อความหลายรอบ แต่ปรากฏว่าถูกบล็อก เขาไม่รู้หรอกว่าเราเคยไปเที่ยวที่นั่น จึงมีไลน์อยู่ จึงย้ายมาทวงในไลน์ พอเขาส่งใบเสร็จมา เลขที่ใบเสร็จผิดหมดเลย

“เราเคยเขียนถามเจ้าของปางว่า เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำไมดูแลช้างไม่ได้ จะดูแลช้างพลายต่อจากนี้อย่างไร แต่เขาใช้วิธี FC เขียนด่าเราในโพสต์นั้น”

— อดีตแฟนคลับมูลนิธิชื่อดัง กล่าว

จากนั้น กรวีร์ กล่าวว่า เบื้องต้น กมธ.ได้ติดตามเรื่องนี้มาสักระยะ คาดว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมในวันพุธหน้า (30 ต.ค.67) โดยทง กมธ.จะออกหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องขอความร่วมมือผู้บริหารมูลนิธิ กมธ. คงต้องส่งหนังสือเชิญด้วย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านให้ความร่วมมือ ไม่ต้องกังวลเพราะเรามีสัดส่วนทุกพรรคการเมือง ทำอย่างตรงไปตรงมา พยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์