เคยไหม? พอถึงวันเปิดขายบัตรคอนเสิร์ตศิลปินที่อยากดูกลับขึ้นสถานะ SOLD OUT ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทั้งที่ยังไม่ทันได้เลือกที่นั่งด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับพบว่าบัตรเหล่านั้นปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์มขายต่อในราคาที่สูงกว่าหน้าบัตรหลายเท่า
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแฟนคอนเสิร์ต ทั้งการกดบัตรไม่ทัน บอทกว้านซื้อบัตรไปขายต่อ การเก็งกำไรจากบัตรที่มีความต้องการสูง ไปจนถึงความเสี่ยงจากการซื้อบัตรมือสองที่อาจกลายเป็นบัตรปลอมหรือถูกหลอกให้โอนเงิน
เมื่อปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงเกิดความพยายามผลักดันให้มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลการซื้อขายบัตรอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ Fair Ticket โครงการผลักดันร่างพระราชบัญญัติกำกับการซื้อขายบัตรเข้าชมการแสดงและกิจกรรมบันเทิง ซึ่งริเริ่มโดยปาล์ม-นิธิกร บุญยกุลเจริญ ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค นักวิชาการ และภาคีเครือข่าย
โดยกลุ่ม Fair Ticket และภาคีเครือข่ายได้ยื่นร่างกฎหมายต่อรัฐสภา พร้อมเดินหน้ารวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบ 10,000 รายชื่อเพื่อสนับสนุนการผลักดันร่างกฎหมายตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
Fair Ticket เสนออะไรบ้าง?
หัวใจสำคัญของ Fair Ticket คือการทำให้ระบบซื้อขายบัตรมีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยเสนอให้มีกติกาที่ชัดเจนสำหรับผู้จัดงาน แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร ผู้ขายต่อ และผู้บริโภค ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ซื้อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง
ข้อเสนอสำคัญในร่างกฎหมายประกอบด้วย
- ควบคุมราคาขายต่อ: เสนอให้ขายต่อบัตรได้ไม่เกินราคาหน้าบัตรบวก 10% ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
- ห้ามใช้บอทกว้านซื้อ: เสนอให้มีกลไกป้องกันการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อกว้านซื้อบัตรไปขายต่อ
- เพิ่มความปลอดภัยในการซื้อขาย: เสนอระบบยืนยันตัวตนและกลไกการโอนสิทธิ์เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากบัตรปลอมและการหลอกขาย
- สร้างช่องทางขายต่อที่ตรวจสอบได้: เสนอให้มีแพลตฟอร์มขายต่อที่ได้รับการรับรองเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและช่วยคุ้มครองผู้ซื้อ
- เพิ่มกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยา: เสนอให้มีระบบกำกับดูแลและมาตรการจัดการเมื่อผู้บริโภคได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ยังเป็นเนื้อหาในร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลักดัน ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญกับแฟนคอนเสิร์ต?
เพราะความเสียหายจากระบบซื้อขายบัตรไม่ได้จบลงที่การต้องจ่ายเงินแพงกว่าราคาหน้าบัตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเงินจากการซื้อบัตรปลอม การไม่ได้รับบัตรหลังโอนเงิน ตลอดจนค่าเดินทางและค่าที่พักที่อาจสูญเปล่าเมื่อเกิดปัญหากับบัตรเข้าชมการแสดง
ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า ระหว่างปี 2564 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิงประมาณ 8,058 กรณี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 33 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนี้มีหลายมิติและไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องส่วนตัวระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
การผลักดัน Fair Ticket จึงเป็นความพยายามเปลี่ยนปัญหาที่แฟนคอนเสิร์ตพบเจอให้กลายเป็นข้อเสนอเชิงกฎหมายเพื่อสร้างกติกาที่ชัดเจนและลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ
ร่วมลงชื่อผลักดัน Fair Ticket ได้ที่ไหน?
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดร่างกฎหมายและติดตามการรวบรวมรายชื่อผ่านเว็บไซต์ fairticket.org ซึ่งเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีเป้าหมายรวบรวมรายชื่อให้ครบ 10,000 รายชื่อ
แม้การลงชื่อจะไม่ได้ทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันที แต่นี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเสนอร่างกฎหมายภาคประชาชนซึ่งยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายต่อไป
เพราะสุดท้ายแล้วการซื้อบัตรคอนเสิร์ตควรเป็นเรื่องของการได้ไปดูศิลปินที่ชื่นชอบ ไม่ใช่การแข่งขันกับบอท หรือการจำใจจ่ายเงินแพงกว่าราคาจริงหลายเท่าเพียงเพราะต้องการมีโอกาสอยู่ในงานเดียวกับผู้ชมคนอื่นๆ





