จาก ‘ครอบครัว’ ถึง ‘แบลงค์กัน’ รักลูกให้ถูกทาง - อุดรูรั่วกฎหมาย

5 ต.ค. 2566 - 08:15

  • ผู้เชี่ยวชาญ ‘อาชญาวิทยา’ สตช. เปิด 4 ข้อ ป้องกันเหตุ ‘กราดยิง’ เริ่มจาก ‘สถาบันครอบครัว’ ผลพวง ‘แบลงด์กัน’ รูรั่วกฎหมาย แนวปฏิบัติ ‘สื่อ-ตำรวจ-กู้ภัย’ อย่าสร้าง ‘ฮีโร่’ ในหมู่คนคิดก่อเหตุ

Family_Blank_Guns_Criminology_Shooting_SPACEBAR_Hero_168536b621.jpg

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองปรากฏการณ์เหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา 4 ข้อ เพื่อ ‘ป้องกัน’ การเกิดเหตุในอนาคต 

1)คนใกล้ชิด ครอบครัว ต้องตรวจสอบคนใกล้ตัวว่ามี ‘ความผิดปกติ’ หรือไม่ นั่นหมายถึง ‘สถาบันครอบครัว’ สำคัญที่สุด หากพบมีความผิดปกติทางจิต ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยจิตแพทย์ ต้องมีการกักบริเวณ จนกว่าจะได้รับการประเมินแล้วว่าสามารถกลับมาอยู่ร่วมในสังคมได้ ซึ่งจะอ้างว่าเขาเป็น ‘เด็ก’ ไม่ได้ เพราะทั้งคนก่อเหตุและคนที่เสียชีวิต ต่างมี ‘สิทธิ’ ที่จะมีชีวิตอยู่เท่ากัน  

ดังนั้นจะมาอ้างเรื่อง ‘อาการป่วย’ หรือ ‘เบลอ’ ไม่ได้ เพราะในสังคมยังมีคนที่ ‘ป่วย’ ในลักษณะนี้จำนวนมาก และยากที่สังคมจะ ‘แยกแยะ’ ได้ จึงอยู่ที่ ‘ครอบครัว’ ดูแล 

ที่สำคัญจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดกราดยิง 4 ครั้ง จะพบว่า ‘ผู้ก่อเหตุ’ จะโพสต์โซเชียลฯ ด้วย ‘ข้อความตัดพ้อ’ ต่างๆ ไม่อยากมีชีวิต การเรียกร้องความสนใจ การโพสต์คลิปการใช้อาวุธ เป็นต้น

2)การคุมเข้มเรื่องอาวุธ เหตุใด ‘เยาวชน’ อายุ 14 ปี ทำไมถึงมีอาวุธครอบครองได้ ซื้อมาจากที่ใด รวมทั้งการไปซ้อมยิงปืน ใครเป็นผู้พาไป ซึ่งทั้งข้อ 1-2 ‘ผู้ปกครอง’ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย  

ที่สำคัญคือกรณี ‘แบลงค์กัน’ (Blank Guns) ที่ดัดแปลงจาก ‘บีบีกัน-สิ่งเทียมอาวุธ’ ให้มาใส่กระสุนปืนจริงได้ ดังนั้นจึงต้องออกกฎหมายควบคุมให้ ‘ครอบคลุม’ ถึงอาวุธเหล่านี้

3)การเตรียมตั้งรับ ‘เหตุการณ์เกิดซ้ำ’ ในอนาคต ที่มาจาก ‘พฤติกรรมเลียนแบบ’ ผลพวงจากการ ‘ให้คุณค่า’ ผ่านสื่อต่างๆ เช่น การนำเสนอชื่อ ขั้นตอนก่อเหตุ ที่อาจทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็น ‘ฮีโร่’ ในสายตาของผู้ที่ ‘คิด’ จะก่อเหตุในอนาคต 

4)การป้องกันไม่ให้ ‘ข้อมูล-ภาพ-พฤติกรรม’ ต่างๆ ของผู้ก่อเหตุ และไม่ให้ภาพผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ถูกเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะซึ่งที่ผ่านมาพบว่าหลุดมาจาก ‘ต้นทาง’ นั่นคือ เจ้าหน้าที่หน้างาน ดังนั้นทั้งตำรวจ-กู้ภัย-ฝ่ายปกครอง-สื่อ ต้องมาพุดคุยกันในเรื่องนี้ร่วมกัน 

ซึ่งจากทั้ง 4 ข้อ สิ่งที่ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุได้มากที่สุด คือ ‘สถาบันครอบครัว’ ที่ต้องสอดส่องดูแลคนใกล้ตัวให้ดี จากกรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่บ้านพักพบ ‘อาวุธ-กระสุนปืน’ จำนวนมาก  

นอกจากนี้พื้นที่ห้างสรรพสินค้าเป็น ‘พื้นที่สาธารณะ’ จึงไม่สามารถที่จะตรวจเช็คอาวุธได้ทุกคน หากเทียบกับสนามบิน และไม่สามารถแยกคนได้ว่าใครเป็นใคร โดยส่วนใหญ่แล้ว ‘ผู้ก่อเหตุ’ จะวางแผนมาก่อน สามารถสังเกต ‘พฤติกรรม’ ได้จากข้อ 1-2 และเพื่อการป้องกันได้ยิ่งขึ้น จึงต้องทำทั้งข้อ 1-4 ไปพร้อมกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์