เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 ไม่ยั่งยืน 'เชียงใหม่' ร้องขอมาตรการรัฐมุ่งลดต้นทุนการผลิต ช่วยชาวนาระยะยาว

8 ก.ย. 2568 - 10:16

  • 'ชาวนาเชียงใหม่' ชี้ เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ไม่ยั่งยืน

  • ร้องขอภาครัฐมีมาตรการช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยแก้ปัญหาชาวนาได้ในระยะยาว

เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 ไม่ยั่งยืน 'เชียงใหม่' ร้องขอมาตรการรัฐมุ่งลดต้นทุนการผลิต ช่วยชาวนาระยะยาว

นาข้าวของชาวนา ในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปลูกมานานนับเดือน คือช่วงเวลาที่ต้นข้าว จะต้องได้รับการดูแล โดยการใส่ปุ๋ย บำรุงต้นข้าว หลังจากได้รับเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่รัฐบาลจะจ่ายให้แก่ชาวนาในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ ต่อครัวเรือน หรือ 10,000 บาท ชาวนาในพื้นที่ต่างนำเงินไปซื้อปุ๋ยบำรุงต้นข้าวอย่างเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมา หลายครอบครัวไม่มีเงินทุนในการ ซื้อปุ๋ยเพราะมีราคาสูง

จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้าที่ระบุให้เกษตรกรต้องลงทะเบียนการประกอบอาชีพผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำมาใช้ในการติดตามและจัดทำแผนปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรให้เหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ก่อนมีการปรับเปลี่ยนในภายหลังมาใช้วิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ธกส.เหมือนเดิม ทำให้เกษตรกรผู้สูงอายุหลายรายได้รับเงินช้ากว่ากำหนดการที่วางแผนไว้

สวง กันหาลีลา อายุ 72 ปี ชาวนาในอำเภอหางดง บอกว่า แม้ก่อนหน้านี้จะลงทะเบียนเกษตรกรเพื่อรับเงินช่วยเหลือไปแล้ว แต่ก็เป็นกังวล เพราะมีเพียงโทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกดแบบธรรมดา ไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ได้ จึงไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินหรือไม่ เพราะวางแผนจะที่นำเงินช่วยเหลือไปใช้หนี้ที่เป็นต้นทุนการทำนา

Farmer-assistance-money-1,000-baht-per-rai-Chiang Mai-farmers-SPACEBAR-Photo01.jpg

“ตอนนี้มีหนี้สินเยอะแยะที่ยังไม่ได้จ่าย ทั้งค่ารถไถ ค่ายาฆ่าหญ้า ค่าปุ๋ย ยังไม่ได้ชดใช้คืน ซึ่งตนเองจะได้เงินช่วยเหลือประมาณ 1 หมื่นบาท ก็ดีใจว่าจะพอชำระหนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนเงื่อนไข นั้นส่งผลกระทบ อย่างมาก เพราะมันมีหลายขั้นตอน ในการลงทะเบียน และลูกหลานต่างก็มีภาระต้องออกไปทำงาน จะเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ก็ไม่มีเงินซื้อ จึงแต่ก็อยากให้รัฐบาลพิจารณาในการช่วยเหลือกลุ่มชาวนาครั้งต่อไป ควรมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน”

ด้าน  อินทรส คำจันทร์ อายุ 70 ปี ชาวนาบ้านบวก ต.หนองแก้ว เปิดเผยว่า แม้จะมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่ลูกหลานเอามาให้ใช้ แต่ก็ใช้เพียงแต่รับสายโทรเข้า-ออก ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต และใช้แอปพลิเคชันไม่เป็น หากต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ คงต้องให้ลูกหลานทำให้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีเวลา

Farmer-assistance-money-1,000-baht-per-rai-Chiang Mai-farmers-SPACEBAR-Photo02.jpg

“แม้ครั้งนี้ รัฐบาลจะเปลี่ยนมาโอนเงินเข้าบัญชีเหมือนเช่นทุกปี แต่ก็ถือว่า ล่าช้า สำหรับเงินไร่ละ 1,000 บาท ที่ได้มาก็นำไปซื้อปุ๋ย ซื้อยา บำรุงต้นข้าว เพราะ วันนี้ต้นข้าวถึงเวลาต้องใส่ปุ๋ย ปลูกข้าวมาเป็นเดือนแล้ว ครั้งต่อไปจึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาขั้นตอนการจ่ายเงินช่วยเหลือให้เหมือนเดิม เพราะชาวนาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หากขั้นตอนยุ่งยาก ก็จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง”

ขณะที่ พัด ไชยวงค์ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่จังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า แม้การเปลี่ยนเงื่อนไขให้เกษตรกรเข้าไปลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ จะเป็นสิ่งที่ดี เพื่อให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรแต่เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยใช้สมาร์ทโฟนไม่เป็น จึงอยากให้การจ่ายเงินครั้งต่อไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ รัฐบาลยกเลิกการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน และขอให้โอนเงินให้กับชาวนาโดยตรงเหมือนเดิมทุกปี

Farmer-assistance-money-1,000-baht-per-rai-Chiang Mai-farmers-SPACEBAR-Photo03.jpg

ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ชาวนาเจอปัญหาปัจจัยการผลิต ค่าแรง ค่าปุ๋ย ค่ายามีราคาแพงขึ้น ขณะที่ราคาผลผลิตกลับมีราคาเพียงแค่เกวียนละ 6,000 บาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 5,000 - 6,000 บาท ทำให้เกษตรกรไม่มีทุนปลูกพืชต่อ และสำหรับกลุ่มเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน สถาบันเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็งในท้องถิ่น กลุ่มชาวนาเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือ แต่ต้องการเครื่องไม้เครื่องมือในการลดต้นทุน เพราะเมื่อต้นทุนทำนาต่ำลง ก็จะขายข้าวได้ราคามากขึ้น

“เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 เป็นแค่นโยบายคู่ขนาน ใน 1 ปี รัฐบาลใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน ถามว่าเงินส่วนนั้นแบ่งมาให้สถาบันเกษตรกร ให้เกษตรกรที่รวมตัวกันได้มีเครื่องไม้ เครื่องมือได้ไหม เป็นคำถามที่กลุ่มชาวนาแปลงใหญ่เรียกร้อง เพราะการที่เราลดต้นทุนได้ คือ กำไรของเรา”

“ถ้ามีแต่นโยบายไร่ละพันสถานการณ์ก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ รัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็จะเป็นอย่างนี้ เราหวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาในเชิงลึกที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ ไม่ใช่ว่าชาวนาต้องการจะเรียกร้องให้รัฐจ่ายไร่ละพัน และ ไม่ใช่ว่าต้องการจะแบมือขอตลอดเวลา”

พัด ไชยวงค์ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ จ.เชียงใหม่

Farmer-assistance-money-1,000-baht-per-rai-Chiang Mai-farmers-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์