ชาวนาอ่วม! แบกต้นทุนทำนาสูง น้ำมันแพง-ปุ๋ยแพง วอนรัฐหนุนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ลดใช้ปุ๋ยเคมี

10 พ.ค. 2569 - 09:00

  • สถานการณ์ต้นทุนการทำนาในปี 2569 กำลังเข้าสู่วิกฤตหนัก ชาวนาจำนวนมากโอดครวญว่า “กระดูกสันหลังของชาติหัก” เนื่องจากแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว

  • ชาวนาขอนแก่นเผย ทำนาปีนี้ต้องแบกต้นทุนสูงจากปัญหาน้ำมันแพงกระทบต่อค่ารถไถหว่าน ค่าปั๊มน้ำ และค่าขนส่ง

  • ปุ๋ยเคมีราคาพุ่งกระสอบละ 1,300–1,500 บาท และเสี่ยงเกิดภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่ วอนรัฐบาลส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในชุมชน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

ชาวนาอ่วม! แบกต้นทุนทำนาสูง น้ำมันแพง-ปุ๋ยแพง วอนรัฐหนุนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ลดใช้ปุ๋ยเคมี

ช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ชาวนาในพื้นที่ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เริ่มไถหว่าน เตรียมปลูกข้าวนาปี ท่ามกลางความกังวลว่า การทำนาปีนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมี ค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นตุ้นทุนหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าน เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 50-100 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo01.jpg

สุรพงศ์ เนตรจันทร์ ชาวนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ส่วนตัวทำนาทั้งหมด 22 ไร่ ปีนี้ต้องจ่ายค่าไถ จากเดิมไร่ละ 400 บาท เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 450 รวม 22 ไร่ เป็นเงิน 9,900 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1,100 บาท นี่เฉพาะค่าไถ ยังไม่รวมค่าปั่น ค่าหว่าน ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ยเคมี ค่ายา และค่าเก็บเกี่ยว นี่คือสิ่งที่ชาวนาทั่วประเทศต้องเผชิญ ในฤดูการทำนาปีนี้ เพราะต้นทุนราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหลักที่ชาวนาหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำนาปีที่แล้วน้ำดีเซลลิตรละ 30บาท แต่ทำนาปีนี้น้ำมันลิตรละ 40-43 บาท

สุรพงษ์ ยังกล่าวแจกแจงถึงต้นทุนการทำนาด้วยว่า ต้นทุนทำนาแต่ละปี สำหรับที่นา 22 ไร่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2,500 บาทต่อไร่ มีค่าไถ ค่าปั่น ค่าหว่าน ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ยเคมี ค่ายา และค่าเก็บเกี่ยว โดยพื้นที่ 1 ไร่ ให้ผลผลิตข้าวเปลือกได้ประมาณ 200-300 กิโลกรัม ปีที่แล้ว (2568) ขายข้าวนาปีได้กิโลละ 12 บาท ได้เงิน 3,600 บาท ต่อไร่ หักลบกลบหนี้กำไรเล็กน้อยเพราะค่าแรงไม่ได้คิด ปีนี้ก็ต้องรอดูอีกว่าราคาข้าวจะเป็นอย่างไรบ้าง

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo04.jpg

ส่วนราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นและอาจจะขาดตลาด สุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลมากนักเท่ากับราคาน้ำมัน เพราะชาวบ้านก็ต้องปรับตัว ใช้ปุ๋ยคอกแทน ที่ผ่านมาก็เคยใช้ แต่ใช้ปุ๋ยเคมีสะดวกกว่า ถ้าวันข้างหน้าปุ๋ยราคาแพงก็ต้องปรับตัวกลับไปใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดตุ้นการผลิต ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยรวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกเพราะขาดการสนับสนุน อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการรวมกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นการผลิต และแก้ปัญหาราคาปุ๋ยราคาแพง

“ส่วนรัฐบาลที่ออกมาตรการสินเชื่อ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" มาช่วยเกษตรกรรายย่อย โดยรัฐจ่ายดิกเบี้ย 3%  เกษตรกรจ่ายอีก 3% กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท นั้น ส่วนตัวมองว่า ถ้าหากรัฐบาลจะช่วยเหลือจริงๆ อยากให้ทำเหมือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ1000 ไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้จ่ายในการทำนา ดีกว่าออกสินเชื่อคนละครึ่ง และอีกเรื่องคืออยากให้รัฐบาลสนับสนับสนุนส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองอย่างจริงจัง เพื่อลดต้นทุนราคาปุ๋ยเคมีที่อาจจะสูงขึ้นในอนาคต” สุรพงษ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ บุญเผื่อน ใจตรง หนึ่งในเกษตรกรชาวนาขอนแก่น ที่แสดงความกังวล และยอมรับว่า ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะทำนาเพียง 1 ไร่ก็ตาม แต่โชคดีที่ทำนาอินทรีย์มาหลายปี ทำให้ลดค่าปุ๋ยเคมีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือค่าไถ ค่าหว่าน ที่จะจำเป็นต้องจ่ายเพิ่ม

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo05.jpg

บุญเผื่อน เล่าว่า เริ่มทำนาอินทรีย์มานานกว่า 5 ปีแล้ว เนื่องจากผลิตข้าวไว้บริโภคเป็นหลัก จึงต้องการทำให้ปลอดสารพิษ ซึ่งการทำนาอินทรีย์มีข้อดีคือไม่ต้องซื้อปุ๋ยในราคาแพง และได้บริโภคข้าวที่ปลอดสาร อีกทั้งการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เมื่อทำไปต่อเนื่องจะให้ผลิตข้าวสูงอีกด้วย

“ยกตัวอย่าง ตนเองทำนา 1 ไร่ ได้ข้าวเปลือกประมาณ 30 กระสอบ กระสอบละ 30 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 900กิโลกรัม ถือว่า 1 ไร่ ได้ข้าวเกือบ 1 ตัน ถือว่าได้ผลผลิตที่สูงมาก แม้แต่นาที่ใส่ปุ๋ยเคมียังไม่ได้เยอะขนาดนี้ ขนาดแต่ปีที่แล้วอากาศแล้งก็สามารถผลิตข้าวได้มากถึง 27กระสอบ”

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ ฉัตรนพวัฒน์ วีระศักดิ์ ประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านกุดน้ำใส ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การผลิตข้าวในปีนี้ โดยเพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็เกรงว่าปุ๋ยเคมีจะขาดแคลนและมีราคาสูง อีกทั้งเป็นห่วงว่าผู้ประกอบการปุ๋ยจะสามารถนำเข้าปุ๋ยได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน เพราะราคาปุ๋ยเคมีตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo06.jpg

“หากประเมินแนวโน้มสงครามตะวันออกกลางน่าจะยืดเยื้อ ที่ต้องทำใจไว้เลยคือต้นทุนการทำนา จะสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งปุ๋ยเคมีจำเป็นต่อการปลูกข้าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันสำหรับเกษตร และให้ตั้งจุดให้บริการน้ำมันสำหรับเกษตรกรโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ไปแย่งซื้อน้ำมันในปั๊ม”

ส่วนรัฐบาลที่ออกมาตรการสินเชื่อ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" มาช่วยเกษตรกรรายย่อย นั้น ฉัตรนพวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มสหกรณ์ของตนเองคิดว่าจะขอสินเชื่อโครงการของรัฐบาล แต่อาจจะกู้ไม่มาก โดยขณะนี้ทางกลุ่มประมาณ 40 คน ยื่นความประสงค์ต้องการขอสินเชื่อ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในฤดูการทำนาปีนี้ โดยจังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ทำนาข้าวประมาณ 2.5 ล้านไร่ ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักอันดับ 1 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด โดยพื้นที่ทำนาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำชีและน้ำพอง มีพื้นที่ชลประทานรองรับประมาณ 4.8 แสนไร่

ด้าน จักริน เชื้อสาวะถีเจ้าของร้านปุ๋ยเคมี จ.ขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยในพื้นที่ว่า ปัจจุบันราคาปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นแม่ปุ๋ย 46-0-0 ขายหน้าร้านอยู่ที่ราคา 1,300-1,350 บาท ปรับขึ้นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จาก 700-800 บาท ต่อกระสอบ ราคาปรับสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ถ้าหากเปรียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีผ่านมาราคาปรับขึ้นสูงมาก ขณะที่ช่วงเดียวกันเมื่อปีแล้วปรับแค่ไม่เกิน 100 บาท ส่วนปุ๋ยชนิดอื่นที่ใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นส่วนผสมก็ทยอยปรับขึ้นตามสัดส่วน แต่ยังไม่มากนัก เนื่องจากมีแม่ปุ๋ยตัวอื่นเช่น 18-46-0 และ 0-0-60 ยังราคาไม่แรงมาก มีเพียงปุ๋ยยูเรียที่ปรับตัวสูง

จักริน เจ้าของร้านปุ๋ยเคมี ยอมรับว่า การซื้อปุ๋ยจากโรงงานมาขายยังมีการจำกัดจำนวนตามโควตา ได้น้อยลงตามสัดส่วน เพราะต้องแบ่งให้ลูกค้าหลายๆ เจ้า ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาถือว่าได้โควตาน้อยลง จำกัดโควตา ส่วนเกษตรกรตอนนี้ยังไม่มีการซื้อปุ๋ย เนื่องจากยังไม่ถึงฤดูหว่านปุ๋ย ฤดูการใช้ปุ๋ยยูเรียจะอยู่ในช่วงปลายพฤษภาคม ต้นมิถุนายน ส่วนตัวไม่ได้มีการสต๊อกปุ๋ย มีติดร้านไว้เล็กน้อย ยกเว้นเป็นร้านใหญ่ที่สต๊อก เพื่อเตรียมส่งให้รายย่อยไปขายต่อ

ส่วนประเด็นที่ชาวนากังวลว่าปุ๋ยจะขาดตลาด จักริน กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าปุ๋ยจะไม่ขาดแคลน แต่อาจจะมีน้อยลง

“ส่วนตัวเชื่อว่ามีการปั่นราคามากกว่า ไม่มีใครเห็นว่าปุ๋ยออกจากช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ มีแต่กระแสข่าวว่าเรือขนปุ๋ยออกมาไม่ได้ อย่างไรก็ตามไม่ราคาปุ๋ยจะขึ้นด้วยเหตุผลใดคนที่ได้รับผลกระทบคือชาวนา เกษตรกร และผู้ค้ารายย่อย”

Farmers-in-northeastern-Thailand-are-suffering-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์