ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ล่าสุดวันนี้ (2 กันยายน 2568) น้ำเริ่มลดระดับลงแล้ว รถเล็กสามารถผ่านได้ แต่ยังมีน้ำท่วมขังในถนนบางสายที่ยังคงปิดการจราจร ในส่วนของแม่น้ำป่าสักระดับน้ำลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร โดยหากไม่มีฝนตกในวันนี้ และไม่มีน้ำเหนือไหลมาเพิ่ม เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก พร้อมด้วย สมาชิก อส. กองร้อย อส. อำเภอหล่มสักที่ 4 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ประชาชน และเตือนให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หล่มสัก ในแต่ละพื้นที่ที่ยังมีระดับน้ำท่วมสูง ซึ่งทางอำเภอได้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ให้เร่งสำรวจผู้ได้รับผลกระทบ จัดตั้งศูนย์อพยพผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.ท่าอิบุญ ต.ห้วยไร่ และ ต.สักหลง
อำเภอหล่มสัก ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที และลดผลกระทบจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด
โดย มณฑลทหารบกที่ 36 (มทบ.36) จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกำลังพล 38 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอหล่มสัก นำประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง นำส่งกระสอบทรายเพื่อทำแนวกั้นน้ำชั่วคราว แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จากสถานการณ์มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน
ทั้งนี้ อำเภอหล่มสักได้รายงานสถานการณ์แม่น้ำป่าสัก ในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสัก เมื่อเวลา 21.30 น. (1 กันยายน 2568) ระดับน้ำมีแนวโน้มจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง บริเวณฝายศรีจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าอิบุญ ระดับน้ำลดลง ขณะนี้ในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำป่าสัก ตำบลท่าอิบุญ ตำบลสักหลง ระดับน้ำลดลงในระดับเตือนภัยสีแดง

ขณะที่ในอำเภอหล่มสัก ณ เวลานี้ ไม่มีฝนตก ทางอำเภอได้แจ้งกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่ง ได้เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย รองรับสถานการณ์ เพื่อให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำป่าสัก รวมถึงลำน้ำสาขา ให้ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนประชาชนให้ขนของขึ้นที่สูงเ และให้เฝ้าระวัง ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก และลำน้ำสาขา ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงติดตามข่าวสาร แจ้งเตือน จากทางราชการ เฝ้าระวังอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กรมอุตุฯ คาดการณ์ ไทยยังมีฝนตกหนัก 1-7 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (2 กันยายน 2568) ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงสัปดาห์นี้ (1 - 7 ก.ย. 68) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์) และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
กรมชลฯ ปรับแผนระบายน้ำรับฝนตกต่อเนื่อง ลดผลกระทบ ปชช.ในพื้นที่ท้ายเขื่อน
จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่จะยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับการออกประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2568 สทนช. ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมืออย่างเต็มที่โดยเฉพาะการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราว ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร บริเวณจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม
ขณะที่จากการคาดการณ์ว่าในช่วงสัปดาห์นี้ (1 - 7 ก.ย. 68) ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง กรมชลประทานได้ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
และยังได้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบของประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2568 จากเดิมระบายน้ำวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อลดภาระด้านท้ายเขื่อน และจะพิจารณาปรับการระบายน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด
อีกทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์ จากอิทธิพลพายุ ‘คาจิกิ’ และ พายุ ‘หนองฟ้า’ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ลำพูน ตาก ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู และชุมพร
ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสัก ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ‘หนองฟ้า’ ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากและน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าท่วมเขตชุมชน ในเทศบาลเมืองหล่มสัก กรมชลประทานได้ลดการระบายน้ำจากทางตอนบน พร้อมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบ ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้มีปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงมาสมทบ ประกอบกับมีฝนตกกระจายตัวในพื้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ที่สถานีวัดระดับน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,628 ลบ.ม.ต่อวินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมชลประทาน ได้รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ตามศักยภาพของลำคลอง และทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 1,350 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อเพิ่มช่องว่างในการรองรับน้ำจากทางตอนบนและฝนที่ตกเพิ่มในช่วงสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักบางแห่งตลอดสัปดาห์นี้ (1 - 7 ก.ย. 68) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง กรมชลประทานได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทุกพื้นที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อท้ายเขื่อน ตลอดจนร่วมบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เนื่องจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ จะปรับเพิ่มการระบายน้ำ จาก อัตรา 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น อัตรา 200 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยทยอยปรับเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ในอัตราวันละ 20 ลบ.ม.ต่อวินาที
ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการ ในวันที่ 2 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.80 – 1.00 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นยังอยู่ในลำน้ำ ไม่เกิดสภาวะน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำป่าสัก
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อเวลา 06.00 น. (2 กันยายน 2568) สถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์ จากอิทธิพลพายุ ‘คาจิกิ’ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และ พิษณุโลก ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,979 ครัวเรือน 6,390 คน
ส่วนสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์ จากอิทธิพลพายุ ‘หนองฟ้า’ ทำให้เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ลำพูน ตาก ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู และชุมพร ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,038 ครัวเรือน 35,505 คน




