‘อยุธยา-อ่างทอง’ อ่วม! น้ำท่วมขยายวงกว้าง 11 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 14 ราย

10 พ.ย. 2568 - 14:16

  • ‘อยุธยา’ น้ำท่วมหนักขยายวงกว้าง 11 อำเภอ กระทบ 58,477 ครัวเรือน เสียชีวิต 14 ราย

  • ขณะที่ ‘อ่างทอง’ น้ำเอ่อท่วมถนน 33 รถเล็กห้ามสัญจร เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนเส้นทางเลี่ยง

  • กรมชลประทาน ลดระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ ลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง

‘อยุธยา-อ่างทอง’ อ่วม! น้ำท่วมขยายวงกว้าง 11 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 14 ราย

สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (10 พฤศจิกายน 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน อัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันนี้ ชาวบ้านริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย ลำคลองสาขาต่างๆ ได้รับผลกระทบกับความเป็นอยู่จากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.พระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมใน จังหวัด มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 11 อำเภอ 143 ตำบล 945 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนสูงถึง 58,477 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย

โดย 11 อำเภอ ที่ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูง ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอบางซ้าย อำเภอบ้านแพรก อำเภอลาดบัวหลวง และอำเภอมหาราช

ส่วนผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร และอำเภอพระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่จมน้ำเสียชีวิต

Flooding-situation-in-Ayutthaya-and-Ang Thong-is-spreading-widely-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

สำหรับระดับน้ำในคลองคูเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นคลองรับน้ำจากทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ได้เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง เอ่อเข้าท่วมชุมชนริมฝั่งคลอง โดยพบว่าบ้านเรือนประชาชน ชุมชนริมน้ำในพื้นที่ ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา ตอนนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะริมคูเมือง ประชาชนได้รับผลกระทบหลายร้อยหลังคาเรือน หลายครอบครัวต้องทำสะพานเข้าบ้าน บางบ้านทำคันกั้นเพื่อป้องกันน้ำขึ้นถนนสายสำคัญ เพื่อสัญจรไปมา ทำให้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หวั่นกระทบพื้นที่เศรษฐกิจ

Flooding-situation-in-Ayutthaya-and-Ang Thong-is-spreading-widely-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

อ่างทองอ่วม น้ำท่วมถนน 33 รถเล็กผ่านไม่ได้ จนท.แจ้งหลีกเลี่ยงเส้นทาง

จังหวัดอ่างทอง เวลา 07.30 น.วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568)  สภ.ป่าโมก แจ้งรถเล็กหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณถนน 33 สุพรรณบุรี-อ่างทอง ช่วงปั๊ม ปตท. จนถึงแยกบ้านทำกลอง เนื่องจากมีน้ำท่วมผิวการจราจรทั้งสองฝั่ง ยานพาหนะขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้

โดยเวลา 08.00 น. น้ำท่วมผิวการจราจร ทล.33 ป่าโมก-สุพรรณฯ ทั้ง 2 ฝั่ง ปริมาณน้ำราว 30-40 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนขอให้ผู้ที่จะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว ตรวจสอบเส้นทางเลี่ยง สามารถใช้เส้นทางมาจาก อยุธยาฯ และแยก ถ.สายเอเชีย (แยกทับน้ำ) จะไปสุพรรณบุรี ใช้เส้นทาง ดังนี้

-ทล.309 อยุธยาฯ - แยกป่าโมก ไปเข้าตัวเมืองอ่างทอง ออกแยกป่างิ้ว ไปอำเภอวิเศษฯ ออกสุพรรณบุรี

-มาจากสุพรรณบุรี ใช้เส้นทางสาย โพธิ์พระยา-ท่าเรือ เข้าเมืองอ่างทอง

-มาจากผักไห่ ไปอ่างทอง ใช้เส้นแยกหน้าโคก เข้า อ.วิเศษ เข้าตัวเมืองอ่างทอง

Flooding-situation-in-Ayutthaya-and-Ang Thong-is-spreading-widely-SPACEBAR-Photo03.jpg

สำหรับน้ำท่วมดังกล่าว ปริมาณน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ล้นถนนสายอ่างทอง – ป่าโมก (สายเก่า) ช่วง ม.1 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก เข้า ต.นรสิงห์ และตีอ้อมเข้า ต.เอกราช อ.ป่าโมก

กรมชลฯ ลดระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง

กรมชลประทาน ลดระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ พร้อมเร่งระบายน้ำผ่านคลองลัดโพธิ์สอดคล้องระดับน้ำทะเล โดยวันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เปิดเผยว่า ปริมาณฝนตก 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสูงสุด 3 ลำดับ ได้แก่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ปริมาณฝน 128.5 มม. อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ปริมาณฝน 116.0 มม. และ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ปริมาณฝน 89.8 มม. โดยปริมาณฝนตกกระจายตัวทั่วทั้งประเทศ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

Flooding-situation-in-Ayutthaya-and-Ang Thong-is-spreading-widely-SPACEBAR-Photo05.jpg

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. (10 พ.ย.2568) ที่สถานีวัดน้ำ P.17 แม่น้ำปิง มีปริมาณไหลผ่าน 1,329 ลบ.ม./วินาที  สถานีวัดน้ำ Y.64 แม่น้ำยม มีปริมาณไหลผ่านในอัตรา 501 ลบ.ม./วินาที และสถานีวัดน้ำ N.67  แม่น้ำน่าน มีปริมาณไหลผ่าน 1,225 ลบ.ม./วินาที ก่อนที่จะไหลมารวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณไหลผ่านในอัตรา 2,965 ลบ.ม./วินาที

ในขณะที่สถานี Ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง มีปริมาณไหลผ่านในอัตรา 175 ลบ.ม./วินาที ก่อนที่จะไหลไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา ยกตัวสูงขึ้นในระดับ +17.70 ม.รทก. แนวโน้มสูงขึ้น

กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งเต็มศักยภาพ รวม 600  ลบ.ม./วินาที ปัจจุบันปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที

โดยวันนี้ (10 พ.ย.2568) ได้มีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากอัตรา 350 ลบ.ม./วินาที เหลือ 300 ลบ.ม./วินาที เพื่อช่วยลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง

กรมชลประทาน ยังคงเดินเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้ง บริหารจัดการน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำทะเลขึ้นลง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

Flooding-situation-in-Ayutthaya-and-Ang Thong-is-spreading-widely-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

ล่าสุด กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มเวลา 16.00 น.วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ทยอยจากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์