"เงินของฉันสร้างประเทศของคุณ" จาก 'อิสราเอล' สู่ 'อิตาลี' เมื่อสยามบุกตีกรุงโรมใน 7 ชม.

25 ก.ค. 2569 - 12:51

  • จากคำพูดดูหมิ่นบนเกาะพะงันสู่การมีปากเสียงบนรถไฟฟ้า เปิดไทม์ไลน์สองดราม่านักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี

"เงินของฉันสร้างประเทศของคุณ" จาก 'อิสราเอล' สู่ 'อิตาลี' เมื่อสยามบุกตีกรุงโรมใน 7 ชม.

กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสในช่วงวันหยุดยาวไปโดยปริยาย เมื่อสังคมไทยต้องเผชิญดราม่านักท่องเที่ยวต่างชาติถึงสองเหตุการณ์ติดๆ กัน จากกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอิสราเอลที่ประกาศกลางร้านอาหารว่า "เงินของเธอสร้างประเทศไทยได้" สู่เหตุการณ์นักท่องเที่ยวจากอิตาลีที่มีปากเสียงกับผู้โดยสารคนไทยบนรถไฟฟ้าพร้อมใช้ถ้อยคำดูหมิ่น จนทั้งสองกรณีกลายเป็นไวรัลและถูกตั้งคำถามถึงมารยาทของนักท่องเที่ยวว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์ครั้งนี้  

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลายเหตุการณ์กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์หลังมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นการแสดงออกที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม ทั้งการไม่เคารพกฎระเบียบ การใช้ถ้อยคำไม่สุภาพไปจนถึงการดูถูกคนไทย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จุดคำถามถึงมารยาทของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 

โดยสองเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้นจะเกิดอีกหนึ่งดราม่าของนักท่องเที่ยวจากอิตาลีบนรถไฟฟ้า ทั้งสองเหตุการณ์แม้จะเกิดขึ้นต่างสถานที่และต่างช่วงเวลาแต่กลับมีจุดร่วมคือการใช้ถ้อยคำและพฤติกรรมที่ถูกมองว่าไม่ให้เกียรติคนไทยจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

จากนักท่องเที่ยวสาวอิสราเอลสู่ดราม่านักท่องเที่ยวอิตาลี 

ก่อนหน้ากรณีนักท่องเที่ยวจากอิตาลีได้มีเหตุการณ์ของนักท่องเที่ยวสาวชาวอิสราเอลที่กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังเกิดเหตุภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 

รายงานระบุว่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวไม่พอใจที่ร้านมีกฎให้ลูกค้าถอดรองเท้าก่อนเข้าใช้บริการ อีกทั้งยังสูบบุหรี่ภายในพื้นที่ของร้านจนพนักงานต้องเชิญให้ออกจากร้าน ก่อนที่เธอจะแสดงท่าทีต่อต้านพร้อมพูดให้ได้ยินว่า "เงินของเธอสร้างประเทศไทยได้" ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดูถูกและไม่ให้เกียรติคนไทย ส่งผลให้คลิปเหตุการณ์นี้ถูกแชร์อย่างรวดเร็วและกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตจำนวนมากออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็ให้ความสนใจและนำเสนอข่าวนี้เช่นกัน 

แม้กระแสดังกล่าวจะเริ่มซาลงแต่ไม่นานก็เกิดอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เมื่อมีคลิปเผยให้เห็นนักท่องเที่ยวจากอิตาลีรายหนึ่งมีปากเสียงกับผู้โดยสารคนไทยบนรถไฟฟ้าจนถูกมองว่าเป็นดราม่ารอบใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย 

นักท่องเที่ยวจากอิตาลีบนรถไฟฟ้า จุดเริ่มต้นของดราม่ารอบใหม่ 

จากคลิปที่เผยแพร่นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายและแสดงท่าทีไม่พอใจผู้โดยสารชาวไทย พร้อมพูดในลักษณะดูหมิ่นท้าทายโดยมีการกล่าวเหมือนพูดกับคนไทยว่า "Sorry for bringing money to your country" หรือถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ‘ขอโทษที่เอาเงินมาให้ประเทศของคุณ’  และใช้คำพูดเชิงเหยียดหยามระหว่างการโต้เถียง ทำให้ผู้โดยสารในบริเวณดังกล่าวพยายามโต้ตอบและอธิบายถึงกฎระเบียบในการใช้บริการรถไฟฟ้า ก่อนเหตุการณ์จะถูกบันทึกคลิปและเผยแพร่บนโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

หลายคนมองว่าแม้สาเหตุของการโต้เถียงอาจเกิดจากความไม่เข้าใจกันในช่วงแรก แต่การเลือกใช้ถ้อยคำดูหมิ่นและแสดงท่าทีไม่ให้เกียรติผู้อื่นกลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย และถูกสังคมตั้งคำถามถึงมารยาทของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมายังประเทศเจ้าบ้าน 

เพียง 7 ชั่วโมงหลังคลิปไวรัลโลกออนไลน์ตามหาตัวจนเจอ 

หลังคลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมากช่วยกันค้นหาข้อมูลของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีผู้นั้นจนพบบัญชีอินสตาแกรมที่ถูกระบุว่าเป็นของเจ้าตัว ก่อนจะมีชาวไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ และเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ทำให้ชื่อของนักท่องเที่ยวรายนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางภายในเวลาอันรวดเร็ว 

เหตุการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงตรงกับวันหยุดยาว ส่งผลให้ผู้คนมีเวลาเสพข่าวและติดตามสถานการณ์มากกว่าปกติ กระแสบนโลกออนไลน์จึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว หลายคนถึงกับแซวว่า "รถทัวร์ไทยออกวิ่ง" หลังมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นในบัญชีโซเชียลของบุคคลที่ถูกกล่าวถึง 

อย่างไรก็ตามแม้หลายคนจะเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิของผู้คนในสังคม แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่มองว่าการแสดงความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และไม่ลุกลามไปสู่การคุกคามหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง 

ไทม์ไลน์สองดราม่านักท่องเที่ยวที่สังคมจับตา 

📍 นักท่องเที่ยวสาวชาวอิสราเอล 

  • ไม่พอใจกฎของร้านอาหารบนเกาะพะงันที่ให้ลูกค้าถอดรองเท้าก่อนเข้าใช้บริการ และสูบบุหรี่ภายในร้าน 
  • หลังถูกเชิญออกจากร้านมีการพูดให้ได้ยินว่า "เงินของเธอสร้างประเทศไทยได้" 
  • คลิปถูกเผยแพร่จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์ในไทยและได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ 

📍 นักท่องเที่ยวจากอิตาลีบนรถไฟฟ้า 

  • มีปากเสียงกับผู้โดยสารชาวไทยพร้อมใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เช่น พูดถึงคนไทยว่า "ไม่มีการศึกษา" "Sorry for bringing money to your country"   
  • คลิปเหตุการณ์ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ 
  • ภายในเวลาราว 7 ชั่วโมง ชาวเน็ตค้นพบอินสตาแกรมที่ถูกระบุว่าเป็นของเจ้าตัวก่อนมีผู้คนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็น 
  • เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาวทำให้กระแสลุกลามอย่างรวดเร็วจนหลายคนแซวว่า "รถทัวร์ไทยออกวิ่ง" 
753267389_1472160421620729_7547228321470563036_n.jpg

ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ 

ภายหลังเหตุการณ์กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมประณามพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจากอิตาลีที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ 

สถานเอกอัครราชทูตฯ ระบุว่า ขออภัยต่อประชาชนชาวไทยและทุกคนที่ได้รับความไม่สบายใจหรือความกังวลจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าชาวอิตาลีให้ความสำคัญกับคุณค่าของการเคารพผู้อื่น ความสุภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยยึดถือเช่นเดียวกัน 

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเป็นการกระทำเฉพาะบุคคล และไม่อาจถือเป็นตัวแทนของประชาชนชาวอิตาลีโดยรวม รวมถึงไม่สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอิตาลี 

การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจในการสื่อสารกับสังคมไทย ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของบุคคล ไม่ใช่ภาพแทนของคนทั้งประเทศ 

ควรรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างไร? 

แม้เหตุการณ์ของนักท่องเที่ยวทั้งสองกรณีจะสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมไทย แต่การรับมือที่เหมาะสมคือการปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายพร้อมใช้หลักฐานจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ประกอบการตรวจสอบ ขณะที่ประชาชนสามารถบันทึกเหตุการณ์และแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ หากพบการกระทำที่ไม่เหมาะสมแทนการเผชิญหน้าด้วยอารมณ์ 

ในอีกด้านหนึ่งการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ก็ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม แม้ผู้คนในสังคมจะมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นแต่ไม่ควรลุกลามไปสู่การคุกคาม การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือการสร้างความเดือดร้อนแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง 

เหตุการณ์ของนักท่องเที่ยวสาวชาวอิสราเอลและนักท่องเที่ยวจากอิตาลีแม้จะเป็นการกระทำของบุคคลแต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้หมายถึงเพียงการไปเยือนสถานที่ใหม่ๆ เท่านั้น หากยังรวมถึงการเคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และผู้คนในประเทศเจ้าบ้าน เพราะไม่ว่าจะเดินทางมาจากประเทศใดการให้เกียรติซึ่งกันและกันคือพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์