บางครั้งคลิปที่ตั้งใจทำเพื่อความสนุกก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เพียงเพราะ ‘ท่าเดียว’ อย่างกรณีล่าสุดของ Gamix อินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ชาวญี่ปุ่น ที่โพสต์คลิปเต้นเพลง BAD ของ ATEEZ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026
ในคลิป Gamix เต้นและทำสีหน้าเลียนแบบ ซาน (SAN) หนึ่งในสมาชิก ATEEZ ซึ่งเป็นเจ้าของท่าเต้นที่กำลังโด่งดัง แต่ช่วงหนึ่งของคลิปกลับมีการใช้นิ้วทั้งสองข้างดึงบริเวณหางตาให้ดูแคบและเฉียง จนหลายคนมองว่าเป็น ‘ท่าตาขีด’ หรือ slant-eye gesture ซึ่งเป็นท่าที่มีประวัติถูกใช้ล้อเลียนคนเอเชียจนนำไปสู่กระแสวิจารณ์ตามมา
แล้ว Gamix คือใคร? เขาเป็นครีเอเตอร์ชาวญี่ปุ่นวัยประมาณ 18 ปี ทำคอนเทนต์ทั้งเรื่องชีวิตประจำวัน ความท้าทายต่างๆ และฟุตบอล ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติช่วงฟุตบอลโลก 2026 หลังญี่ปุ่นแพ้บราซิล 1-2 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย คลิปที่ Gamix ร้องไห้เสียใจอย่างหนักท่ามกลางแฟนบอลบราซิลถูกแชร์ต่อไปทั่วโลก และกลายเป็นภาพจำของเขาในเวลาไม่นาน
ส่วนเหตุผลที่ Gamix หยิบเพลง BAD มาเต้นก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะท่าเต้นช่วงของซานกำลังดังมาก โดยเฉพาะท่าที่ใช้การขยับช่วงหน้าอก สีหน้า และจังหวะร่างกายอันเป็นเอกลักษณ์ หลังเพลงปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ท่อนนี้ก็ถูกนำไปเต้นตามกันจำนวนมากจนกลายเป็นหนึ่งในท่าเต้นไวรัลของปีนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ BAD หลุดออกจากกลุ่มแฟน K-POP ไปถึงแฟนฟุตบอลมากขึ้น คือช่วงวันที่ 9 สิงหาคม เมื่อซานได้รับเชิญไปเตะเปิดสนามในเกมระหว่าง Manchester City กับ Atlético Madrid ที่กรุงโซล และได้เต้นท่า BAD กลางสนาม หลังจากนั้นคลิปก็ถูกแชร์เข้าไปในกลุ่มแฟนฟุตบอลทั่วโลก
ตรงนี้เองที่เรื่องเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่หลายคนดูเป็นท่าเต้นสนุกๆ ก็เริ่มมีแฟนบอลบางกลุ่มนำไปล้อเลียน ทั้งล้อเรื่องท่าเต้น ความเป็นผู้ชาย ไปจนถึงรูปลักษณ์และเชื้อชาติของซาน บางความเห็นจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า ‘เต้นตลก’ แต่เริ่มข้ามไปเป็นข้อความในลักษณะเหยียด
ทำให้กรณีของ Gamix ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่ได้เพียงเต้นตามซานแต่เพิ่ม ท่าดึงหางตา เข้าไป ทั้งที่ท่านี้ไม่ได้อยู่ในท่าเต้นต้นฉบับของ BAD
แล้วทำไมท่าดึงหางตาถึงกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน?
เพราะในหลายประเทศโดยเฉพาะฝั่งตะวันตก การใช้นิ้วดึงหางตาให้แคบหรือเฉียงถูกใช้เป็นท่าล้อเลียนคนเอเชียตะวันออกมายาวนาน โดยเหมารวมว่าคนเอเชียต้องมี ‘ตาเล็ก’ หรือ ‘ตาเฉียง’ จนกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการเหยียดรูปลักษณ์และเชื้อชาติ
คำถามจึงตามมาว่า ถ้า Gamix เป็นคนญี่ปุ่น และซานก็เป็นคนเกาหลี แบบนี้ยังเรียกว่าเหยียดคนเอเชียได้หรือไม่?
คำตอบอาจไม่ได้ง่ายแค่การดูว่า ‘คนทำเป็นเชื้อชาติอะไร’ เพราะการเป็นคนเอเชียเองไม่ได้ทำให้ความหมายทางประวัติศาสตร์ของท่าดึงหางตาหายไป และคนในภูมิภาคเดียวกันก็สามารถมีอคติหรือล้อเลียนคนจากอีกชาติหนึ่งได้เช่นกัน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรือชาติอื่นๆ ในเอเชียไม่ได้เป็นวัฒนธรรมเดียวกันทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องที่ต้องแยกออกจากกันคือ เจตนาของ Gamix เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเขาตั้งใจทำท่านี้เพื่อเหยียดซานหรือคนเกาหลีโดยตรง หลังเกิดกระแสวิจารณ์คลิปต้นเรื่องได้ถูกลบออก และ Gamix มีการโพสต์คลิปพูดถึงดวงตาของตัวเองว่าเป็น ‘ดวงตาแบบคนเอเชีย’ รวมถึงพูดเรื่องตาบวมหลังตื่นนอน แต่ยังไม่ได้อธิบายตรงๆ ว่าเหตุใดจึงทำท่าดึงหางตาในคลิปที่เลียนแบบซาน
ดังนั้นประเด็นนี้อาจไม่ได้มีแค่คำถามว่า ‘Gamix เหยียดซานหรือไม่’ แต่ยังชวนให้คิดต่อว่า ท่าทางหรือมุกบางอย่างที่คนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องขำๆ อาจมีประวัติที่เคยถูกใช้ดูถูกคนอีกกลุ่มมาเป็นเวลานาน
และในยุคที่คลิปหนึ่งสามารถเดินทางข้ามประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียง ‘ท่าเล่นๆ’ ในสายตาของคนหนึ่งก็อาจมีความหมายต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงสำหรับอีกคนหนึ่งได้




