หลังเทศบาลนครเชียงใหม่ ดำเนินการทดลองเลี้ยงห่าน 10 ตัวเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในคูเมืองเชียงใหม่ บริเวณโซนหน้าตลาดประตูเชียงใหม่ ด้วยวิธีธรรมชาติ ให้ห่านกินจอกแหน สาหร่ายสีเขียว และวัชพืช จนเกิดเป็นกระแสอย่างกว้างในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีนักท่องเที่ยว และชาวเชียงใหม่จำนวนมาก เดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของห่าน ทำให้บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ กลายเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งภายในชั่วข้ามคืน


ขณะเดียวกันก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการเลี้ยงห่านบริเวณคูเมือง ที่น่าจะสร้างผลกระทบมากกว่าผลดี เพราะคูเมืองนั้นอยู่ริมถนน อาจจะเกิดอันตรายกับห่าน รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนได้

หวัน ฟองมอน ผู้ประกอบการรถโดยสารรับจ้างสี่ล้อแดง กล่าวว่า ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นห่านของใคร นึกว่าเป็นของชาวบ้านหลุดออกมา แต่ก็มองว่าสวยงามน่ารักดี และวันนี้พอทราบข่าวว่าเป็นการนำมาทดลองเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียในคูเมือง ก็มองว่าอาจจะได้ผล เพราะธรรมชาติของห่านจะกินไม่เลือกอยู่แล้ว แม้แต่หญ้าก็จะเล็มกินได้ ที่สำคัญที่ผ่านมา พบว่ามีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาถ่ายภาพกันคึกคัก ส่วนเรื่องของความปลอดภัยเชื่อว่าห่านเป็นสัตว์ที่ขี้กลัวอยู่แล้ว ไม่น่าจะกล้าลงไปบนท้องถนน

เด็กหญิง รมิดา ธนัญชยานนท์ นักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ชวนครอบครัวตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาดูความน่ารักของฝูงห่าน ริมคูเมืองเชียงใหม่ บอกว่า หลังจากได้นั่งดูห่านบริเวณริมคูเมือง รู้สึกชอบความน่ารักเป็นธรรมชาติ ทำให้ตรงจุดนี้กลายเป็นที่เช็กอินใหม่ของเด็กๆ เพราะได้รับความเพลิดเพลิน ชมธรรมชาติของห่าน ลอยน้ำ ออกหากินในคูเมือง แต่อีกด้านหนึ่งก็ห่วงว่าเด็กๆ ที่มากับผู้ปกครองต้องระวังรถด้วยเพราะอยู่ติดกับถนน และห่วงน้องห่านว่าหากวิ่งลงไปบนถนนก็อาจจะทำให้ถูกรถชนได้


ด้าน ธีรวุฒิ แก้วฟอง ชาวเชียงใหม่ อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรี กล่าวว่า การเลี้ยงห่านในคูเมือง ถือว่าเป็นการทำมากได้น้อย เพราะว่าต้องมีการลงทุนซื้อห่าน 10 ตัว ทำคอกเลี้ยง และต้องใช้คนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายเพียงเพื่อที่จะทำให้น้ำใสขึ้น เพื่อที่จะให้ห่านไปกินจอกแหน
“ส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นการทำที่ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก เพราะหากต้องใช้คนสี่คนในการดูแลห่าน แต่จะดีกว่าไหมหากเปลี่ยนพนักงานสี่คนนั้นให้ไปตักจอกแหนขึ้นมา จะมีประสิทธิภาพมากกว่า หรือไม่ก็ให้พัฒนาปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยวิธีอื่น เช่น การใช้สารเคมีหากมีความจำเป็น หรือการใช้สารอีเอ็ม”

ธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอบริเวณคูเมืองด้านประตูเชียงใหม่ อย่างที่เราทราบว่าเป็นโซนของตลาด ร้านค้า และร้านอาหาร มีบางส่วนที่จะทำให้เกิดน้ำเสียจากตลาดหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะน้ำที่มีส่วนผสมของผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ซึ่งตรงนี้จะมีผลโดยตรงกับสิ่งมีชีวิตประเภทพืชหรือสาหร่ายในน้ำ เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็นสารอาหาร
ส่วนเรื่องของสุขอนามัย มองว่ามันเป็นพื้นที่ที่ติดถนน ก็เป็นห่วงว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมหรือไม่กับการเลี้ยงห่าน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลดีต่อภาพของการท่องเที่ยว คือกลายเป็นแลนด์มาร์ค แห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวและชาวเชียงใหม่ไปถ่ายรูปน้องห่าน กลายเป็นผลพลอยได้ที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการที่จะทำ
“ความเป็นจริงแล้วตัวห่านเองมีความน่ารัก แต่เราลืมจุดประสงค์แรกหลักในการที่จะนำมาทดลองใช้บำบัดน้ำเสีย ซึ่งต้องคอยดูว่าหลังจากนี้อีกประมาณ 10 วันจะทำให้สภาพน้ำดีขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้กลับสอบผ่านในด้านของการเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยว จึงควรจะไปอยู่ในส่วนที่เหมาะสม และปลอดภัยในจุดต่างๆ ของเทศบาล อย่างเช่นสวนสาธารณะหนองบวกหาด สวนหลวงล้านนา ซึ่งมีทั้งสระน้ำขนาดใหญ่และมีพื้นที่มีรั้วรอบขอบชิด ซึ่งก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภูมิทัศน์ที่ดีให้กับคนที่ไปท่องเที่ยวและออกกำลังกาย และห่านเองก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าริมถนน”

ธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา การดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพน้ำของคูเมืองนั้น มองว่าทางเทศบาลเองยังต้องปรับปรุงแก้ไขในหลายจุด เพราะลักษณะของแต่ละโซนของคูเมืองนั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากกิจกรรมบริเวณรอบคูเมืองแต่ละจุดมีความแตกต่างกัน อย่างเช่น กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจจำพวกตลาด ร้านอาหาร แผงลอย มีความน่าเป็นห่วงที่อาจจะทำให้น้ำพื้นที่ดังกล่าวมีคุณภาพที่ไม่ดีเพราะน้ำเสียลงไป
โดยเฉพาะฝั่งทางด้านทิศใต้ในโซนของคูเมืองใกล้กับประตูเชียงใหม่ ด้านนี้น้ำค่อนข้างจะนิ่ง และยังมีโอกาสรับน้ำเสีย จึงทำให้วัชพืชและสาหร่ายสีเขียวเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากคูเมืองด้านทิศเหนือ ซึ่งห่างจากร้านค้า ร้านอาหาร สถานประกอบการ หรือตลาด และเป็นจุดที่รับน้ำเข้ามาสู่คูเมือง จึงทำให้น้ำมีการไหลเวียน คุณภาพน้ำจึงแตกต่างจากน้ำในคูเมืองทางด้านทิศใต้ จึงต้องเข้าใจสภาพของคูเมืองให้ได้ว่ามีความแตกต่างอย่างไร มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างไร ตรงไหนที่จะต้องระวังเป็นพิเศษ ตรงไหนที่จะวางใจได้

อัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การนำฝูงห่านลงเลี้ยงในคูเมืองเชียงใหม่ เบื้องต้นจำนวน 10 ตัว เป็นโครงการของเทศบาลนครเชียงใหม่ ในการทดลองวิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำในคูเมือง เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาจอกแหนและวัชพืช ที่ลอยปกคลุมบนผิวน้ำคูเมือง กระทบต่อการจัดการคุณภาพน้ำ และส่งผลต่อภูมิทัศน์ของเมืองเชียงใหม่
“จึงได้มีแนวคิดในการจัดการด้วยวิธีการตามธรรมชาติ ด้วยการเลี้ยงฝูงห่านปล่อยให้กินจอกแหนและวัชพืชในคูเมือง พร้อมสร้างเล้ากักให้อยู่กลางน้ำด้วย ซึ่งจะดำเนินการทดลองเป็นระยะเวลา 7 วัน โดยนอกจากคูเมืองช่วงหน้าตลาดประตูเชียงใหม่แล้ว ยังเตรียมทดลองดำเนินการในคูเมืองบริเวณหน้าสวนสาธารณะหนองบวกหาดอีก 1 จุด”
โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ให้คอยสังเกตการณ์และควบคุมดูแลความเรียบร้อยเป็นประจำ และต้อนฝูงห่านกลับเข้าเล้ากักในช่วงกลางคืนด้วย ส่วนข้อเป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับการขับถ่ายมูลของฝูงห่านว่าจะทำให้น้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนหรือไม่นั้น เชื่อว่าไม่เป็นปัญหาเพราะเมื่อห่านขับถ่ายลงในน้ำแล้วจะกลายเป็นอาหารปลา ซึ่งในเร็วๆ นี้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมที่จะปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 40,000 ตัว ลงในคูเมืองด้วย เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ
“สำหรับการเลี้ยงห่านในคูเมืองเชียงใหม่ มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ทั้งนี้ หากเกิดกรณีฝูงห่านก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเกิดอุบัติเหตุกับรถที่สัญจรไปมา ทางเทศบาลนครเชียงใหม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ ขณะที่เมื่อครบกำหนดการทดลองแล้ว จะมีการประเมินผลและพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้งว่าสมควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่” นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าว





