รัฐบาลแนะผู้ปกครองพาบุตรหลานฉีดวัคซีนป้องกัน ‘โรคหัด’ ให้ครบ 2 เข็ม

26 เม.ย. 2566 - 10:35

  • รองโฆษกรัฐบาล เตือนผู้ปกครองพาบุตรหลาน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้ครบ 2 เข็ม

  • หลังพบผู้ป่วยมากในพื้นที่ฉีดวัคซีนต่ำ และส่วนใหญ่เป็นเด็กแรกเกิดถึง 4 ปี

government_advises_parents_to_bring_their_SPACEBAR_Hero_178472d3f2.jpeg
ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้รายงานถึงสถานการณ์โรคหัดในประเทศไทย ว่าในปี 2565 ที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยโรคหัด จำนวน 230 ราย และในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 19 เมษายน 2566 พบว่ามีรายงานผู้ป่วยโรคหัด จำนวน 79 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.12 ต่อแสนประชากร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอายุแรกเกิด - 4 ปี (35.44 %) กลุ่มอายุ 25 - 34 ปี (18.99 %) และกลุ่มอายุ 35 - 44 ปี (16.46 %) ตามลำดับ  

โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ยโสธร ภูเก็ต ยะลา นราธิวาส และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ แต่ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่ม ขณะเดียวกัน มีการรายงานการติดโรคหัดในต่างประเทศซึ่งผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศไทย จำนวน 2 ราย  

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค คาดการณ์ว่าด้วยสภาพอากาศในช่วงนี้จะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคหัดได้ และโรคหัดติดต่อผ่านทางเดินหายใจมีอาการคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้ ไอแห้งๆ มีน้ำมูก และตาแดง หลังจากมีไข้ประมาณ 3 – 4 วัน จะเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้นที่ใบหน้า แล้วค่อยลามไปแขนและขา เมื่อผื่นขึ้นประมาณ 1 - 2 วัน ไข้จะเริ่มลดลง โดยในผู้ป่วยบางรายสามารถพบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้

“โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด (MMR) ตั้งแต่วัยเด็ก กรมควบคุมโรคแนะนำให้ฉีด 2 เข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 9 - 12 เดือน และเข็มที่สองตอนอายุ 2 ปีครึ่ง ทั้งนี้ โรคดังกล่าวมักเกิดการระบาดในพื้นที่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำกว่า 95 % ประชาชนควรพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีน ตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อมีอาการไข้ ไอ และผื่นขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เมื่อได้รับการวินิจฉัยยืนยันโรคหัดแล้ว ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานประมาณ 4 วันหลังจากผื่นขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422” ไตรศุลี กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์