เร่งแก้ปัญหาจริงจัง! รัฐบาลกางผลงานปราบอาชญากรรมออนไลน์

19 ม.ค. 2566 - 16:57

  • รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

  • อายัดบัญชีม้า 5.8 หมื่นบัญชี ปิดเบอร์ซิมลวงแสนกว่าเบอร์-เว็บพนันเกือบสองพันเว็บ

Government_shows_results_in_fighting_online_crime_SPACEBAR_Thumbnail_020e1150a3.jpeg
รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินการภาครัฐที่เร่งแก้ไขแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการบูรณาการหลายหน่วยงาน มีกลไกความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น จนสามารถดำเนินคดีผู้กระทำผิดจำนวนมาก อาทิ ในปี 2565 ดำเนินคดีแก๊ง Call Center ในต่างประเทศ 8 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 166 คน ทำการปิดกั้นการโทรหลอกลวง/ข้อความ SMS หลอกลวง จำนวน 118,530 หมายเลข ทำการอายัดบัญชีม้าจำนวน 58,463 บัญชี ปิดกลุ่มโซเชี่ยลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า จำนวน 8 กลุ่ม และปิดกั้นเว็บพนันจำนวน 1,830 เว็บ เป็นต้น 

สำหรับการแก้ปัญหาบัญชีม้าและบัญชีต้องสงสัยจะนำไปใช้กระทำผิดกฎหมาย สำนักงาน ปปง. ได้จัดทำประกาศ หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดหรือทบทวนรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ. 2563 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจะทำให้การดำเนินการในเรื่องนี้ประสิทธิภาพมากขึ้น  

ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. ได้มีมาตรการแก้ปัญหา SIM ผิดกฎหมาย โดยให้ผู้มี 100 SIM ขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ประมาณ 8,000 ราย ยืนยันตัวตนให้ถูกต้อง ภายในเดือนมกราคม 2566 เพื่อตัดวงจรการที่มิจฉาชีพใช้ SIM เติมเงิน โทรไปหลอกลวงประชาชน (Call Center) และทำธุรกรรมการเงินออนไลน์  

นอกจากนี้ เพื่อให้การแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสะดวกต่อผู้เสียหาย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พัฒนาระบบการรับแจ้งความออนไลน์ www.ThaiPoliceOnline.com ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ระบบเริ่มใช้งาน 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 รวม 10 เดือน มีผู้เข้ามาแจ้งความจำนวน 163,091 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 27,305 ล้านบาท โดยเฉลี่ยมีความเสียหายวันละ 91 ล้านบาท และมีแนวโน้มการเกิดคดีสูงขึ้นทุกเดือน ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้  

1) คดีที่ผู้กระทำความผิดอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ การซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์แต่ไม่รับสินค้า การปล่อยกู้ผ่านแอพฯ นอกระบบ การลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่ เป็นต้น มีสถิติการรับแจ้งประมาณร้อยละ 40.5 ของคดีทั้งหมด ความเสียหายรวมประมาณ 1,230 ล้านบาท 

2) คดีที่ผู้กระทำความผิดอยู่ต่างประเทศ และมีคนไทยร่วมขบวนการ โดยเดินทางไปทำงานผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อไปทำหน้าที่เป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทยผ่านทางออนไลน์ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด ประมาณร้อยละ 51 มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 15,800 ล้านบาท 

3) คดีอื่นๆ ที่เหลือประมาณร้อยละ 8.5 ได้แก่ แฮกระบบคอมพิวเตอร์ การเรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์ การคุกคามทางเพศ หลอกให้ไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างที่สุด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานเพื่อป้องกัน ยับยั้ง และปราบปราม ปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาบัญชีม้าซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาชญากรรม รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยับยั้งและจับกุมผู้กระทำผิด อีกทั้ง ยังได้มีการประชุมระหว่างหน่วยงานเพื่อพิจารณาการแก้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้โปรไฟล์ของบุคคลอื่น การรับจ้างเปิดซิมผีและบัญชีม้า การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ P2P เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนสามารถโทรแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่หมายเลข 1212 หรือประสงค์แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.ThaiPoliceOnline.com ตลอด 24 ชั่วโมง” รัชดา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์