อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจผิดต่อบุหรี่ไฟฟ้าว่ามีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดเต็มไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
โดยหนึ่งในประเภทของบุหรี่ไฟฟ้าที่อันตรายมาก คือ ‘บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน’ (Heated Tobacco Products: HTPs) ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ซิกาแรตเพราะไม่มีการเผาไหม้ แต่มีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย โดยมีผู้ป่วยโรค NCDs ถึง 14 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 300,000 คนต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี
ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาทิ การศึกษาของสถาบันชีวการแพทย์และการแพทย์ สาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนเพิ่มความเสี่ยงถึง 2 เท่า ทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง รวมถึงเสี่ยงเกิดโรค NCDs ในอนาคต
ซึ่งผลงานวิจัยที่สำคัญสรุปได้ว่า สำหรับผู้สูบบุหรี่ HTPs ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ใด ๆ เลย จะเสี่ยงเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้น 68% และสำหรับกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่สูบมาแล้วตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะเสี่ยงเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 33%
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่สูบมากกว่า 16 ครั้งต่อวัน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs สูงกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา
‘บุหรี่ไฟฟ้า’ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงแล้ว ยังมีโทษตามกฎหมาย ทั้งผู้ค้า ผู้ครอบครอง และผู้สูบ ดังนี้
- ผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และริบบุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ผู้ครอบครองหรือรับฝากไว้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่งของ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560
- สูบในที่สาธารณะ หากสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มี ‘นิโคติน’ เป็นส่วนประกอบ ในเขตปลอดบุหรี่ ถือเป็นความผิดตามมาตรา 42 ของ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (บัญญัติไว้ในมาตรา 67)




