จากภัยแล้งสู่ความหิวโหย ‘โลกร้อน’ กำลังพรากอนาคตเด็กอัฟกัน 8.8 ล้านคน

24 มิ.ย. 2569 - 10:59

  • เด็กอัฟกานิสถาน 8.8 ล้านคน เผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศ 3 รูปแบบพร้อมกัน

  • ภัยแล้งและคลื่นความร้อน กำลังทำลายระบบอาหาร แหล่งน้ำ และความมั่นคงทางโภชนาการ

  • UNICEF ชี้วิกฤตครั้งนี้สะท้อนว่า “เด็ก” คือผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากโลกร้อน แม้จะเป็นผู้สร้างปัญหาน้อยที่สุด

จากภัยแล้งสู่ความหิวโหย ‘โลกร้อน’ กำลังพรากอนาคตเด็กอัฟกัน 8.8 ล้านคน

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Crisis) กำลังสร้างผลกระทบที่รุนแรงกว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเพียงอย่างเดียวในอัฟกานิสถาน เมื่อกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เตือนว่าเด็กกว่า 8.8 ล้านคน หรือราว 41% ของเด็กทั้งประเทศอัฟกานิสถาน กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศหลายรูปแบบพร้อมกัน ตั้งแต่ภัยแล้ง คลื่นความร้อน น้ำท่วม ไปจนถึงพายุฝุ่น ขณะที่วิกฤตอาหารและภาวะทุพโภชนาการกำลังคุกคามชีวิตเด็กจำนวนมากทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากรายงาน Children’s Climate Risk Report 2026 ของ UNICEF ระบุว่าเด็กทั่วโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมีเด็กกว่า 337 ล้านคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากแม่น้ำ 33 ล้านคนเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง และมากถึง 1,800 ล้านคนเผชิญภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และการดำรงชีวิตของครอบครัว ขณะเดียวกัน เด็กอีก 662 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงพายุโซนร้อนที่สร้างความเสียหายต่อบ้าน โรงเรียน และระบบสาธารณสุข

ความร้อนจัดกำลังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเด็กทั่วโลก โดยเด็กประมาณ 1,500 ล้านคนเผชิญคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ขณะที่ 1,200 ล้านคนอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อนสุดขั้ว ความเสี่ยงเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ระบบทำความเย็น และบริการสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีเด็ก 206 ล้านคนได้รับผลกระทบจากไฟป่ารุนแรง และอีก 123 ล้านคนเผชิญพายุทรายและฝุ่น

นอกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพของเด็กทั่วโลก โดยมีเด็กประมาณ 1,000 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงโรคมาลาเรีย และอีก 2,300 ล้านคน หรือเกือบทั้งหมดของเด็กบนโลก อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ตรวจพบมลพิษทางอากาศได้ สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตโลกร้อนกำลังคุกคามทั้งการอยู่รอด การพัฒนา และอนาคตของเด็ก โดยเฉพาะในประเทศและชุมชนที่ระบบคุ้มครองและสาธารณสุขยังอ่อนแอที่สุด

ภาพ: UNICEF Afghanistan
ภาพ: UNICEF Afghanistan

สำหรับอัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่เด็กมีความเปราะบางต่อผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก โดยเด็กมากกว่า 75% ต้องเผชิญภัยแล้ง และมากกว่าครึ่งหนึ่งกำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่ยาวนานและรุนแรงขึ้น ขณะที่หลายพื้นที่ต้องรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่ขึ้นกว่าที่ผ่านมา

สิ่งที่น่ากังวลคือ วิกฤตภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกระทบต่อระบบอาหารและสุขภาพของเด็กโดยตรง ภัยแล้งและอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง แหล่งน้ำเสื่อมโทรม และรายได้ของครัวเรือนหดหาย ส่งผลให้ครอบครัวจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้เพียงพอ

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตมนุษยธรรมที่ยืดเยื้อของอัฟกานิสถาน โดย UNICEF ประเมินว่าในปี 2026 จะมีประชาชนราว 21.9 ล้านคน หรือเกือบครึ่งประเทศ ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และในจำนวนนี้มีเด็กมากกว่า 11.6 ล้านคน

ขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติยังเตือนว่า จำนวนเด็กอัฟกันที่ต้องได้รับการรักษาภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันอาจเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านคน ในปี 2026 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 200,000 คน โดยสาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของงบประมาณช่วยเหลือระหว่างประเทศ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

หน่วยงานด้านอาหารของสหประชาชาติประเมินเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ประชาชนอัฟกันกว่า 17 ล้านคน อาจเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารในระดับวิกฤต และมีผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันราว 4.7 ล้านคน โดยเด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

นักวิชาการด้านโภชนาการและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมเตือนว่า ผลกระทบจากภาวะทุพโภชนาการในวัยเด็กไม่ได้จบลงเพียงช่วงเวลาที่ขาดอาหาร แต่สามารถส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย สมอง ความสามารถในการเรียนรู้ และสุขภาพในระยะยาวตลอดชีวิตได้อีกด้วย

กรณีของอัฟกานิสถานจึงสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า วิกฤตโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหา “ด้านสิ่งแวดล้อม” แต่กำลังเชื่อมโยงเข้ากับความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และอนาคตของเด็กหลายล้านคนอย่างแยกไม่ออก เมื่อสภาพภูมิอากาศสุดขั้วเกิดถี่ขึ้น ประเทศที่มีความเปราะบางสูงอยู่แล้วจะกลายเป็นพื้นที่ที่เด็กต้องแบกรับต้นทุนของวิกฤตมากที่สุด แม้พวกเขาจะเป็นกลุ่มที่สร้างปัญหานี้น้อยที่สุดก็ตาม

ภาพ: UNICEF Afghanistan
ภาพ: UNICEF Afghanistan

บทวิเคราะห์

วิกฤตที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานกำลังตอกย้ำความจริงสำคัญของศตวรรษที่ 21 ว่า “โลกร้อน”  เป็นตัวเร่งให้วิกฤตด้านอาหาร สุขภาพ และความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้นในเวลาเดียวกัน เด็กอัฟกันจำนวนหลายล้านคนไม่ได้เผชิญแค่ภัยแล้งหรือคลื่นความร้อน แต่กำลังเผชิญผลกระทบเป็น “ลูกโซ่” ตั้งแต่ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง รายได้ครัวเรือนที่หดหาย ไปจนถึงการขาดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ ภาพของเด็กที่ขาดสารอาหารจึงไม่ใช่ผลลัพธ์ของความยากจนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของระบบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ในอีกด้านหนึ่ง กรณีอัฟกานิสถานยังสะท้อนความไม่เป็นธรรมของวิกฤตภูมิอากาศอย่างชัดเจน เพราะกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่มีส่วนสร้างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด เด็กหลายล้านคนต้องแบกรับต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีความเปราะบางสูงกลับมีทรัพยากรจำกัดในการรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นทุกปี

สำหรับโลกโดยรวม เรื่องราวของอัฟกานิสถานอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง วิกฤตลักษณะเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก และตัวเลขอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่องศา คือจำนวนชีวิต โดยเฉพาะเด็ก ที่ต้องสูญเสียโอกาสในการเติบโตอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่พวกเขาเกิดมา ทั้งหมดเชื่อมโยงกับหลายเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะ SDG 2 ขจัดความหิวโหย จากผลกระทบของภัยแล้งที่ทำให้เด็กจำนวนมากขาดแคลนอาหารและสารอาหาร, SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เนื่องจากภาวะทุพโภชนาการและการเข้าถึงน้ำสะอาดที่ลดลง, SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ เพราะเด็กจำนวนหนึ่งเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นต้นตอที่ซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์