วิกฤต ‘เหมืองสองท่อ’ น้ำป่าซัดฝายกักตะกอนตะกั่วขาด พบหมดสัญญาตั้งแต่ปี 45 ชาวบ้านหวั่นโลหะหนักปนเปื้อน

30 ก.ย. 2569 - 08:54

  • ฝายกักตะกอนเหมืองตะกั่วขาด ชาวบ้านหวั่นตะกอนไหลลงแหล่งน้ำ หลังบ่อหางแร่พัง 30 เมตร

  • “วราวุธ” สั่งรุดตรวจเหมือง อ.ทองผาภูมิ พบหมดสัญญาตั้งแต่ปี 45

  • คพ.ส่งทีมเก็บน้ำ–ตะกอนตรวจโลหะหนัก ขณะนี้ยังไม่มีผลยืนยันสารตะกั่วปนเปื้อน

วิกฤต ‘เหมืองสองท่อ’ น้ำป่าซัดฝายกักตะกอนตะกั่วขาด พบหมดสัญญาตั้งแต่ปี 45 ชาวบ้านหวั่นโลหะหนักปนเปื้อน

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้น้ำป่าจากภูเขาไหลหลากจนโครงสร้างกั้นน้ำในพื้นที่ “เหมืองสองท่อ” เสียหาย กระแสน้ำพัดรถกระบะตกน้ำ 2 แม่ลูกสูญหาย ก่อนพบร่าง ขณะที่กรมควบคุมมลพิษเร่งเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนตรวจโลหะหนัก แต่ยังไม่มีผลยืนยันการปนเปื้อน

น้ำป่าจาก 4 ลำห้วยไหลหลากเข้าพื้นที่ “เหมืองสองท่อ”

หลังพื้นที่ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้มีมวลน้ำสะสมบนพื้นที่ภูเขาสูงชัน ก่อนน้ำป่าจะไหลหลากลงสู่ลำห้วยสาขา 4 แห่ง และเข้าสู่พื้นที่บ่อกักเก็บตะกอนหางแร่ของเหมืองสองท่อ

ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ระบุว่า เมื่อมวลน้ำสะสมจำนวนมากคันดินที่กั้นบ่อรับน้ำไม่สามารถรองรับแรงดันน้ำได้ จึงเกิดการพังถล่มเป็นแนวกว้างประมาณ 30 เมตร ทำให้น้ำจากพื้นที่ดังกล่าวไหลทะลักออกมาสมทบกับมวลน้ำป่าที่มีอยู่เดิม ส่งผลให้กระแสน้ำรุนแรงขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเส้นทางในพื้นที่ และเกิดกระแสน้ำเชี่ยวจนพัดรถยนต์กระบะที่กำลังสัญจรผ่านพื้นที่ตกลงไปในน้ำ พบชาวบ้านสามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 2 ราย ขณะที่อีก 2 รายสูญหายก่อนพบร่างไร้วิญญาณที่ถูกกระแสน้ำพัดออกจากจุดเกิดเหตุราว 300 เมตร

green-space-kanchanaburi-flood-lead-sediment-dam-collapse-SPACEBAR-Photo01.jpg

ความกังวลเรื่อง “ตะกั่ว” เริ่มขึ้น

นอกจากภัยจากน้ำป่าแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสร้างความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบริเวณบ้านเหมืองสองท่อ หรือเค็มโก เป็นพื้นที่ที่มีประวัติการทำเหมืองแร่ตะกั่ว

กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า “เหมืองสองท่อ” อำเภอทองผาภูมิ เป็นแหล่งแร่ตะกั่ว-สังกะสี และในอดีตมีการผลิตแร่จากอุโมงค์มาเป็นเวลานาน

จากเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก มีการแจ้งข้อมูลว่าฝายกักตะกอนในพื้นที่เหมืองแร่ตะกั่วเก่าได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดความกังวลว่าตะกอน ฝุ่น หรือสิ่งตกค้างจากพื้นที่เหมืองอาจถูกน้ำพัดพาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รับการชี้แจงเพิ่มเติมระบุว่า ฝายด้านล่างได้รับความเสียหาย ขณะที่ฝายด้านบนและบ่อกักเก็บหางแร่หลักยังไม่แตก และยังสามารถกักเก็บหางแร่ได้

มีตะกั่วปนเปื้อนหรือไม่? ยังรอคำตอบ

ประเด็นสำคัญที่สุดขณะนี้คือ ยังไม่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่ามีสารตะกั่วหรือโลหะหนักปนเปื้อนออกมาจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ดังนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำในพื้นที่มีการปนเปื้อน หรือมีสารตะกั่วในระดับที่เป็นอันตรายต่อประชาชนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความกังวลดังกล่าวไม่ถูกละเลย ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ และจัดส่งทีมพร้อมเครื่องมือเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดิน จากบริเวณที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและการแพร่กระจายของโลหะหนัก รวมถึงประเมินผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ด้วยข้อมูลเบื้องต้นว่าฝายที่มีการกล่าวถึงนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อกักหรือดักตะกอนกากแร่หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพื้นที่และข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม

คพ.ขอประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจุดที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ระหว่างรอผลวิเคราะห์ กรมควบคุมมลพิษขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้ประโยชน์จากน้ำในบริเวณที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จนกว่าจะมีผลตรวจอย่างเป็นทางการ เมื่อผลตรวจออกมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 จะสรุปและรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้ประกอบการกำหนดแนวทางเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมต่อไป

green-space-kanchanaburi-flood-lead-sediment-dam-collapse-SPACEBAR-Photo02.jpg

วราวุธ สั่งรุดตรวจเหมือง อ.ทองผาภูมิ หลังพบหมดสัญญาตั้งแต่ปี 45

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวฝายกักตะกอนแร่ขาดที่บ้านเหมืองสองท่อน ว่ารับทราบรายงานถึงเหตุดังกล่าวแล้วจึงได้รีบตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทางอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 7 ซึ่งดูแลครอบคลุมจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ไปร่วมคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และกรมป่าไม้ ที่จะลงพื้นที่ไปเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ด้าน กอ.รมน.สั่งจับตาฝายกักตะกอนเหมืองแร่ พร้อมระบุเบื้องต้นพบว่า ประทานบัตรของพื้นที่ดังกล่าวสิ้นอายุตั้งแต่ปี 2545 โดยมีรายงานว่าตะกอนจากบริเวณฝายอาจไหลไปตามทางน้ำเข้าสู่คลองงู และเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำแคว ทั้งนี้ รายละเอียดและผลกระทบยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กอ.รมน. ขอให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้น้ำจากลำน้ำบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบเพื่อการอุปโภคบริโภค จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันความปลอดภัย

green-space-kanchanaburi-flood-lead-sediment-dam-collapse-SPACEBAR-Photo03.jpg

วิเคราะห์ผลกระทบ

เหตุการณ์ “เหมืองสองท่อ” ครั้งนี้มีความเสี่ยงที่ประชาชนควรมอง 2 มิติ คือ ภัยจากน้ำป่าและน้ำท่วม กับความเสี่ยงด้านสารปนเปื้อน ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

น้ำป่าและน้ำท่วม ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว

ผลกระทบจากน้ำป่าเห็นได้ชัดเจนแล้ว ทั้งกระแสน้ำรุนแรง เส้นทางได้รับความเสียหาย รถถูกน้ำพัด และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุการณ์ยังสะท้อนว่าพื้นที่ภูเขาและลำห้วยสาขาสามารถรวบรวมน้ำจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาคือ พื้นที่ท้ายน้ำ เพราะเมื่อมวลน้ำจากพื้นที่สูงไหลลงสู่ลำห้วยหลายสายพร้อมกัน ระดับน้ำในพื้นที่ต่ำและลำน้ำสายหลักสามารถเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว โดยเฉพาะหากยังมีฝนตกซ้ำเติม

สารพิษหรือโลหะหนัก ความเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบ

ส่วนความกังวลเรื่องสารตะกั่วเกิดขึ้น เพราะพื้นที่มีประวัติการทำเหมืองแร่ตะกั่ว และเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างกั้นน้ำในช่วงน้ำหลาก แต่การมีประวัติเหมืองไม่ได้หมายความว่าน้ำจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีตะกั่วปนเปื้อนโดยอัตโนมัติ ยังต้องดูต่อว่าตรวจพบหรือไม่อย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์