สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สทช.2) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งเหตุสงสัยว่ามีการลักลอบปล่อยคราบน้ำมันลงสู่ทะเล บริเวณท่าเรือเกาะสีชัง ทั้งท่ากลางและท่าบน จังหวัดชลบุรี หลังเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้รับแจ้งและพบคราบสีเหลืองลักษณะคล้ายคราบน้ำมันแผ่เป็นวงกว้างบนผิวน้ำ

การตรวจสอบนำโดย นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล พร้อมเจ้าหน้าที่ สทช.2 ร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เบื้องต้นพบคราบลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มปกคลุมบริเวณผิวน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 24,000 ตารางเมตร หรือราว 15 ไร่
เร่งตรวจคุณภาพน้ำ หาต้นตอคราบปริศนา
ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาหรือผู้ที่เป็นต้นเหตุของคราบดังกล่าวได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงประสานศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เพื่อเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและติดตามสถานการณ์ รวมถึงประเมินว่าคราบที่พบส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่หรือไม่
แม้ว่าคราบน้ำมันที่ปรากฏบนผิวน้ำจะมีลักษณะเป็นเพียงฟิล์มบางๆ แต่การปนเปื้อนน้ำมันในทะเลสามารถสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศได้ โดยเฉพาะบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตพึ่งพาผิวน้ำและพื้นที่ชายฝั่ง เนื่องจากคราบน้ำมันสามารถแผ่กระจายบนผิวน้ำและรบกวนการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างอากาศกับน้ำ ขณะเดียวกันสารประกอบบางชนิดในน้ำมันอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ตั้งแต่แพลงก์ตอนและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตบริเวณชายฝั่งและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง
ดังนั้น การเข้าตรวจสอบอย่างรวดเร็วตั้งแต่พบความผิดปกติจึงมีความสำคัญ ทั้งต่อการระบุแหล่งกำเนิดของมลพิษ การควบคุมการแพร่กระจาย และการเก็บหลักฐานสำหรับการดำเนินการตามกฎหมาย

ประสานตำรวจสอบสวน หากพบความเสียหายเดินหน้าดำเนินคดี
ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ทช. ได้แจ้งเหตุและประสานพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสีชัง เพื่อร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าเหตุการณ์เกิดจากการกระทำของบุคคลและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทช. ระบุว่าจะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
กรณีเกาะสีชังจึงเป็นอีกเหตุการณ์ที่สะท้อนความสำคัญของระบบเฝ้าระวังมลพิษทางทะเล โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางเรือและการใช้ประโยชน์จากชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบต้นเหตุให้ชัดเจนไม่เพียงเป็นเรื่องของการหาผู้รับผิด แต่ยังเป็นหัวใจของการป้องกันไม่ให้มลพิษลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าพร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปกป้องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขณะที่ประชาชนที่พบเห็นความผิดปกติทางทะเลสามารถแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือสายด่วน 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที




