จากมหาสมุทร...สู่ชามอาหารสัตว์เลี้ยง
หลายปีที่ผ่านมา โลกคุ้นเคยกับข่าวการพบ “ไมโครพลาสติก” ในมหาสมุทร ปลา น้ำดื่ม เกลือ กระจายในเมฆ น้ำฝน อากาศ ไปจนถึงเลือดและเนื้อเยื่อของมนุษย์ แต่ผลการศึกษาฉบับล่าสุดจากสหราชอาณาจักร ได้ขยายขอบเขตของปัญหาออกไปอีกขั้น เมื่อพบว่าบรรดาน้อนๆ ที่เราเลี้ยงและรักดั่งแก้วตาดวงใจก็กำลังได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะปัญหามลพิษจากพลาสติกนี้ถูกตรวจพบในอาหารสัตว์เลี้ยงเชิงพาณิชย์
งานวิจัยจาก University of Sussex และ University of Exeter ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Toxicology and Chemistry พบว่า 16 จาก 19 แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่นำมาตรวจ หรือคิดเป็น 84% ของแบรนด์ทั้งหมด มีอย่างน้อยหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบไมโครพลาสติก ขณะที่ 76% หรือมากกว่า 3 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ศึกษามีการปนเปื้อนของอนุภาคพลาสติกขนาดเล็ก
แม้งานวิจัยยังไม่พบหลักฐานว่าปริมาณไมโครพลาสติกดังกล่าวส่งผลเสียต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงโดยตรง แต่ข้อค้นพบนี้กำลังเปิดคำถามใหม่ว่า “ห่วงโซ่อาหาร” ที่มนุษย์ผลิตขึ้นกำลังกลายเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของการหมุนเวียนพลาสติกในระบบนิเวศหรือไม่?

งานวิจัยพบ “อาหารราคาประหยัด” มีแนวโน้มปนเปื้อนมากกว่า
การศึกษาครอบคลุมอาหารสุนัข อาหารแมว และอาหารสำหรับสัตว์ป่า โดยพบว่าผลิตภัณฑ์ระดับราคาประหยัด (Value Range) มีแนวโน้มตรวจพบไมโครพลาสติกมากกว่ากลุ่มพรีเมียม
นักวิจัยยังพบความแตกต่างระหว่างอาหารเม็ดและอาหารเปียก โดยอาหารเม็ดมีจำนวนไมโครพลาสติกต่อกรัมสูงกว่า แต่เมื่อคำนวณจากปริมาณอาหารที่สัตว์ต้องบริโภคในแต่ละวัน อาหารเปียกอาจทำให้สัตว์ได้รับไมโครพลาสติกรวมต่อวันมากกว่า เนื่องจากมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่าและต้องกินในปริมาณมากกว่าเพื่อให้ได้รับพลังงานเท่ากัน
ข้อค้นพบนี้สะท้อนว่า การประเมินความเสี่ยงไม่ควรดูเพียงความเข้มข้นของสารปนเปื้อน แต่ต้องพิจารณาพฤติกรรมการบริโภคร่วมด้วย

เมื่อสัตว์เลี้ยงอาจกลายเป็น “ตัวกลาง” ในวงจรไมโครพลาสติก
อีกประเด็นที่นักวิจัยให้ความสำคัญคือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อไมโครพลาสติกที่สัตว์กินเข้าไปสามารถถูกขับออกมากับอุจจาระ และย้อนกลับสู่ดิน พื้นที่สีเขียว และระบบนิเวศบนบก ทำให้สัตว์เลี้ยงอาจมีบทบาทเป็นหนึ่งในเส้นทางการหมุนเวียนของไมโครพลาสติกในธรรมชาติ
นักวิจัยจึงมองว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหารสัตว์ แต่เป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับแนวคิด One Health ซึ่งมองว่าสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเป็นระบบเดียวกัน
ต้นตอของการปนเปื้อนยังเป็นคำถามใหญ่
แม้จะพบไมโครพลาสติกในอาหารสัตว์จำนวนมาก แต่นักวิจัยยังไม่สามารถระบุได้ว่าอนุภาคพลาสติกเหล่านี้มาจากส่วนใดของกระบวนการผลิต
ความเป็นไปได้ประกอบด้วย
◦ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหาร
◦ กระบวนการผลิตในโรงงาน
◦ เครื่องจักรที่ใช้แปรรูป
◦ บรรจุภัณฑ์
◦ การปนเปื้อนระหว่างการขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน
ทีมวิจัยจึงเสนอให้มีการศึกษาติดตามเพิ่มเติมเพื่อระบุแหล่งกำเนิดที่แท้จริง รวมถึงประเมินผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง

นักวิจัยเสนอให้อังกฤษออกกฎตรวจไมโครพลาสติกในอาหาร
จากข้อค้นพบดังกล่าว ทีมนักวิจัยเสนอให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรพิจารณากำหนดให้ผู้ผลิตอาหารแปรรูปตรวจสอบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก เช่นเดียวกับการควบคุมสารปนเปื้อนประเภทอื่นที่มีข้อกำหนดอยู่แล้ว
ด้าน เจมส์ คูเปอร์ จาก Food Standards Agency (FSA) ระบุว่าหน่วยงานกำลังติดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิด แต่จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบหลักฐานว่าไมโครพลาสติกในอาหารสัตว์ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพสัตว์ พร้อมย้ำว่าจะมีการทบทวนมาตรการหากมีหลักฐานใหม่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน UK Pet Food สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของสหราชอาณาจักร ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกยังคงเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย และชี้ว่าไมโครพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พบได้ทั่วไปในอาหาร น้ำดื่ม และอากาศ ไม่ใช่เฉพาะในอาหารสัตว์
ทางด้าน แอลีสัน โทมัส หัวหน้าฝ่ายมาตรฐานสัตวแพทย์ของมูลนิธิ Blue Cross กล่าวว่า สัตว์เลี้ยงอาจได้รับไมโครพลาสติกจากแหล่งอื่นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นชามอาหารพลาสติก ของเล่น หรือแม้แต่น้ำดื่มจากขวดพลาสติก แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่าแหล่งใดเป็นปัจจัยหลัก หรือผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพสัตว์จะเป็นอย่างไร ซึ่งต้องรองานวิจัยต่อไป






