หัวกระไดไม่แห้ง! ฤดูพายุแปซิฟิก “ดอลฟิน-คุจิระ-จันหอม” เคลื่อนตัวพร้อมกัน กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันไม่เข้าไทยโดยตรง แต่อิทธิพลลมมรสุมกระทบทั่วไทยรับฝน ออกประกาศเตือนฉบับที่ 7 เช็ก 38 จังหวัดฝนหนัก-หนักมาก

พายุหมุนเขตร้อน 3 ลูกซ้อนในแปซิฟิก กระทบการเดินทางเอเชียตะวันออก
สถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกกลับมาน่าจับตาอีกครั้ง เมื่อมีพายุเกิดขึ้นพร้อมกันถึง 3 ลูก ได้แก่ ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน (DOLPHIN)” พายุ “คุจิระ” และพายุโซนร้อน “จันหอม (CHAN-HOM)” ซึ่งต่างเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ แม้ว่าพายุทั้งสามลูกจะไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่กำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางตะวันออกของเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน และบริเวณใกล้เคียง
กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจังหวัดโอกินาวะ พื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีน รวมถึงไต้หวัน ควรติดตามประกาศสภาพอากาศจากหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินกับสายการบิน และเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจเกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง คลื่นลมแรงในทะเล รวมถึงความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ในช่วงที่พายุเคลื่อนผ่าน

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” มุ่งหน้าโอกินาวะ ก่อนขึ้นฝั่งจีน
พายุที่น่าจับตาที่สุดในขณะนี้คือ พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน (DOLPHIN)” ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 13 ของปี โดยยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า พายุจะเคลื่อนผ่านบริเวณจังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 9-10 สิงหาคม 2569
แม้พายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ การบิน และกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่ที่พายุพาดผ่าน โดยเฉพาะญี่ปุ่นตอนใต้และชายฝั่งตะวันออกของจีน

“คุจิระ” เริ่มอ่อนกำลัง ส่วน “จันหอม” ยังอยู่ไกล
สำหรับ พายุโซนร้อน “คุจิระ” พายุลูกที่ 14 ขณะนี้อยู่ทางตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยแทบไม่เคลื่อนตัว และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ขณะที่ พายุโซนร้อน “จันหอม (CHAN-HOM)” พายุลูกที่ 15 ยังคงอยู่ห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยเช่นเดียวกัน
กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำว่า แม้มหาสมุทรแปซิฟิกจะมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นพร้อมกันถึง 3 ลูก แต่ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางพายุโดยตรง สภาพอากาศที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงนี้เป็นผลจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงเป็นหลัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 7 รับมือฝนหนัก 7-9 สิงหาคม
สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 ระบุว่า
บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
พยากรณ์อากาศวันนี้ 38 จังหวัดเสี่ยงฝนหนัก กรุงเทพฯ ฝน 70% ของพื้นที่
สำหรับพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่
จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม จันทบุรี และตราด
ส่วนจังหวัดที่มีความเสี่ยงฝนตกหนัก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง ระนอง พังงา และภูเก็ต
ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
ทะเลอันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
นอกจากฝนตกหนักแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้เฝ้าระวังคลื่นลมแรงในทะเล
บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงกว่า 4 เมตร
ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ขณะที่เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม
แนวโน้มอากาศ 7 วันข้างหน้า ฝนยังตกต่อเนื่อง ก่อนเริ่มลดลงกลางสัปดาห์หน้า
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง ขณะที่ทะเลอันดามันตอนบนยังมีคลื่นสูง 2-4 เมตร
ช่วงวันที่ 10-11 สิงหาคม แม้ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน แต่ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ตอนล่างจะเริ่มมีฝนลดลง
จากนั้นในช่วง 12-13 สิงหาคม ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่ภาคเหนือและด้านตะวันตกของภาคกลางยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มอ่อนกำลังลง ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลทยอยลดความรุนแรงลงตามลำดับ
แม้พายุหมุนเขตร้อนทั้ง 3 ลูกจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่การเกิดพายุพร้อมกันสะท้อนว่าแปซิฟิกตะวันตกกำลังอยู่ในช่วงที่มีการก่อตัวของพายุอย่างคึกคักในฤดูพายุปีนี้ ขณะที่ประเทศไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากร่องมรสุมและมรสุมกำลังแรง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในช่วงสัปดาห์นี้มากกว่าผลกระทบจากตัวพายุโดยตรง





