เตือนฝนตกหนัก 19-25 ต.ค. ภาคตะวันออก-ใต้-กทม.และปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

19 ต.ค. 2569 - 14:18

  • กรมอุตุฯ เตือนภาคตะวันออก-ภาคใต้ และ กทม.เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 19-25 ต.ค.นี้ พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

  • กทม.เร่งระบายน้ำหนองจอก บรรเทาความเดือดร้อน ปชช. ยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง

  • ปภ.เผยภาพรวมน้ำท่วม 22 จังหวัด และ กทม. ยังเผชิญสถานการณ์ กระทบ 604,265 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.8 ล้านคน

เตือนฝนตกหนัก 19-25 ต.ค. ภาคตะวันออก-ใต้-กทม.และปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ช่วงวันที่ 19-25 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยมีรายละเอียดการกระจายตัวของฝนและพื้นที่เสี่ยงภัยดังนี้

  • ช่วงวันที่ 19-20 ตุลาคม 2569: ฝนจะเน้นตกหนักในพื้นที่ ภาคใต้ และ ภาคตะวันออก เป็นหลัก
  • ช่วงวันที่ 21-25 ตุลาคม 2569: ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เฉพาะในวันที่ 19 ตุลาคม มีการประกาศเตือนภัยครอบคลุม 33 จังหวัด โดยพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา และพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดกระบี่ ภาคตะวันออก และ ภาคกลางตอนล่าง พื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มต่ำ รวมถึงเขตเมืองใหญ่

ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีกลุ่มฝนขยายตัวปกคลุมและมีโอกาสเจอฝนถล่มสูงถึง 70% อาจส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำรอการระบายและน้ำท่วมขังในจุดเสี่ยงเดิม

Heavy-rain-warning-issued-for-October-19-25-Eastern-and-southern-Thailand-as-well-as-Bangkok-SPACEBAR-Photo V01.jpg

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าประจำวันนี้ (19 ต.ค.2569) ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้

ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทย และภาคใต้ตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน

สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่

ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

Heavy-rain-warning-issued-for-October-19-25-Eastern-and-southern-Thailand-as-well-as-Bangkok-SPACEBAR-Photo V02.jpg
  • ภาคเหนือ ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราชลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
Heavy-rain-warning-issued-for-October-19-25-Eastern-and-southern-Thailand-as-well-as-Bangkok-SPACEBAR-Photo01.jpg

กทม.เร่งระบายน้ำหนองจอก ยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการประตูระบายน้ำหนองจอก ที่ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ–หนองจอก แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน โดยเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อและระบายน้ำจากคลองในพื้นที่หนองจอกลงสู่คลองแสนแสบ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่คอยติดตามสถานการณ์ เป้าหมายสำคัญคือการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่หนองจอก และ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในควบคู่กันไป

“สถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำฝั่งหนองจอกเริ่มลดลง ขณะที่ฝั่งมีนบุรีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ภายหลังการเปิดประตูระบายน้ำหนองจอกเพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ พบว่า ระดับน้ำฝั่งหนองจอกลดลงประมาณ 10 เซนติเมตร ส่วนฝั่งคลองแสนแสบและพื้นที่มีนบุรีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เซนติเมตร”

“จากข้อมูล ณ เวลาที่ลงพื้นที่ ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่องตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ และจังหวะการระบายน้ำ”ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานและกรุงเทพมหานคร ประสานงานติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยสูบน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ตามความเหมาะสม รวมถึงพิจารณาจังหวะน้ำทะเลลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำไปทางแม่น้ำบางปะกง โดยต้องควบคุมผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำและพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เหมาะสม

ทั้งนี้ แม้ระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำหนองจอกจะเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง กทม. จะติดตามข้อมูลระดับน้ำและประสานการทำงานร่วมกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งในพื้นที่หนองจอก พื้นที่ใกล้เคียง และกรุงเทพฯ ชั้นใน

Heavy-rain-warning-issued-for-October-19-25-Eastern-and-southern-Thailand-as-well-as-Bangkok-SPACEBAR-Photo03.jpg

ปภ.เผยน้ำท่วม 22 จังหวัด - กทม. กระทบ 604,265 ครัวเรือน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันนี้ (19 ต.ค.2569) ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 22 จังหวัด และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่งผลกระทบ 604,265 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 1,830,946 คน โดย ปภ.ได้ระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและเร่งฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี กระบี่ และสตูล รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 88 อำเภอ 715 ตำบล 5,435 หมู่บ้าน 604,265 ครัวเรือน 1,830,946 คน

กรุงเทพมหานคร 3 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก เขตมีนบุรี รวม 16 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 210,648 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 คน ระดับน้ำลดลง

ปภ.ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งอธิบดี ปภ. ได้กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัยให้ความช่วยเหลือประชาชน พื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

Heavy-rain-warning-issued-for-October-19-25-Eastern-and-southern-Thailand-as-well-as-Bangkok-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


เตือนฝนตกหนัก 19-25 ต.ค. ภาคตะวันออก-ใต้-กทม.และปริมณฑล เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน