‘ผู้การทางหลวง’ แจง ‘สติกเกอร์ส่วย’ แค่ปลายเหตุ

29 พ.ค. 2566 - 15:23

  • ‘ผู้การทางหลวง’ รับปัญหา ‘ส่วยทางหลวง’ มีมานานแล้ว ชี้เป็นปัญหาแค่ปลายเหตุ ต้นเหตุคือ ‘รถบรรทุก’ หนักเกินกฎหมายกำหนด!

  • ยันพร้อมถอนรากถอนโคนเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบ

highway_patrol_thailand_tribute_sticker_truck_SPACEBAR_Hero_99181cc06a.jpeg
ประเด็น ‘สติกเกอร์ส่วย’ ที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์แฉไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดวันนี้ (29 พ.ค.) มีคำชี้แจงจาก พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง  
 
พล.ต.ต.เอกราช ยอมรับว่าปัญหาเรื่องส่วย เป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว แต่เรื่องส่วยเป็นปัญหาปลายเหตุ ต้นเหตุคือรถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจทางหลวง ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยืนยันหากพบเจ้าหน้าที่ทำผิดจะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด  
 
ส่วนเรื่อง สติกเกอร์หรือป้ายต่างๆ จากข้อมูลที่ได้ประสานกับสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยก่อนหน้านี้ พบว่า ภาคเอกชนและลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ได้รวมกลุ่มกันจัดทำสติกเกอร์หรือป้ายต่างๆ แต่ต้องตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำความผิด แต่หากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส สามารถส่งเข้ามาให้ตรวจสอบได้ ยืนยันว่ากองบังคับการตำรวจทางหลวงจะทำอย่างเต็มที่ 
 
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา พล.ต.ต.เอกราช มองว่าต้องแก้กฎหมาย เพราะปัจจุบัน เมื่อผู้ขับขี่รถบรรทุก ขับรถเกิดกฎหมายกำหนด คนที่ถูกดำเนินคดี คือ ตัวผู้ขับขี่ ไม่ใช่ผู้ประกอบการรถบรรทุก ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบจึงทำให้เกิดการทำผิดซ้ำ เช่น แก้เป็น หากบรรทุกของน้ำหนักเกิน 20% ให้สั่งยึดรถของผู้ประกอบการรายดังกล่าวทุกคัน เชื่อว่าคงสามารถยึดรถบรรทุกได้หลายหมื่นคัน และอาจจะทำให้ผู้ประกอบการเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้ากระทำผิด 
 
พล.ต.ต.เอกราช ยังย้อนถามไปยังสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความเห็นแก่ตัวจนต้องบรรทุกหนักเกินกำหนด ก็ต้องไปแก้ไขในมิติอื่นๆ ด้วย 
 
โดยช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ต.เอกราช บอกว่าได้เรียกผู้กำกับการและสารวัตรของสถานีตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ เข้ามาประชุมเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน และยืนยันว่าหากมีเจ้าหน้าที่คนใดกระทำความผิดต้องรับผิดชอบผลการกระทำของตัวเอง จะมาอ้างว่าอาชีพตำรวจไม่พอกินไม่ได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ให้ไปเลือกอาชีพอื่น ไม่ใช่มาใช้อาชีพตำรวจไปหากิน พร้อมขอให้มั่นใจในฐานะผู้นำของกองบังคับการตำรวจทางหลวงจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์