แม้กระแสข่าวเหตุโรงงานพลุระเบิดใน จ.สุพรรณบุรี จะเงียบลงไปแล้ว แต่ความพยายามในการป้องเหตุเหตุสลดในอนาคตยังคงมีความคืบหน้า
เพราะล่าสุด อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ลงนามในหนังสือส่งถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับโรงงานผลิตพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ถือเป็นข้อสังเกตที่สำคัญภายหลังจากเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายฝ่าย มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร กรมคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม และกรมการปกครอง จนกลายมาเป็นข้อสังเกตที่สำคัญของที่ประชุม
ข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ เห็นว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้โรงงานผลิตพลุระเบิด คือการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ฝ่ายปกครองเชิญมาร่วม เพื่อไปตรวจสอบโรงงานผลิตพลุ โดยกรรมการชุดนี้ ไม่ได้ไปตรวจในวันที่มีการผลิต แต่ไปตรวจในวันหยุดการผลิต ทำให้คนงานไม่มีการผลิตพลุ จึงไม่เห็นกระบวนการผลิต
ดังนั้น จากการไปตรวจโรงงานในวันที่หยุดทำการผลิต ทำให้การตรวจสอบไม่สมบูรณ์ ไม่เห็นกระบวนการผลิตที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำที่เป็นอันตรายได้ระหว่างทีการผลิต เช่น การลากถู การกระแทกวัตถุระเบิด หรือตัวพลุ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้
กระบวนการผลิตพลุ ถ้ามีการกระแทก มีการลากถูกับพลุที่ทำเสร็จแล้ว หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในการผลิต ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าเราไม่เห็นกระบวนการผลิต เราก็ไม่รู้ว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้าง ดังนั้น การระเบิดของพลุที่จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะเกิดจากลากวัตถุดิบ หรือพลุที่ผลิตเสร็จแล้วเกิดการกระแทกก็เป็นได้ จึงเกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญของโรงงานผลิตพลุ คือการกองเก็บ กระบวนการผลิตและการจัดการกากของเสียจากโรงงานผลิตพลุ
— อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์
ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม ย้ำว่า ได้ส่งข้อสังเกตนี้ถึง รมว.มหาดไทย เพื่อพิจารณาสั่งการถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้แก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบการผลิตพลุในโรงงานผลิตพลุทั่วประเทศมีความสมบูรณ์ รอบคอบ รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก







