เปิดกลโกงเพจรีวิว ร้านอาหารต้องระวังหากไม่อยากตกเป็นเหยื่อในอนาคต

26 ต.ค. 2569 - 14:29

  • ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ระบุว่าผู้ติดต่อร้านประกาย บางใหญ่ อาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ปั้นเพจมาหลอกลวงร้านอาหาร พร้อมอยู่ระหว่างติดตามตัวและพิจารณาดำเนินคดี

  • เจ้าของร้านตั้งข้อสังเกตว่าบัญชีที่ติดต่อมาอาจเป็นบัญชีที่ซื้อขายเปลี่ยนมือ และสงสัยว่าผู้ติดต่ออาจหวังเงินมัดจำ ประเด็นนี้ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

  • เตือนผู้ประกอบการอย่าตัดสินความน่าเชื่อถือจากยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบตัวตน ผลงาน ประวัติการติดต่อ และเงื่อนไขการจ้างให้ชัดเจนก่อนตกลงร่วมงาน

เปิดกลโกงเพจรีวิว ร้านอาหารต้องระวังหากไม่อยากตกเป็นเหยื่อในอนาคต

เรื่องที่เริ่มต้นจากดราม่าระหว่างร้านอาหารกับเพจรีวิวบนโลกออนไลน์กลับกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยความคืบหน้าว่า บุคคลที่ติดต่อเข้ามาขอรีวิวร้าน ‘ประกาย บางใหญ่’ จังหวัดนนทบุรี อาจไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างที่เข้าใจกันในตอนแรก แต่เป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างหรือใช้เพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเพื่อหลอกลวงร้านอาหาร 

เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการขออาหารฟรีหรือการเรียกเก็บค่ารีวิว แต่ยังชวนตั้งคำถามถึงวิธีตรวจสอบตัวตนของผู้ที่ติดต่อเข้ามาเสนอขายบริการออนไลน์ ในวันที่ยอดผู้ติดตามสามารถสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้แม้ตัวตนและที่มาของบัญชีจะยังเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบ 

จากขออาหารฟรีสู่ข้อสงสัยเรื่องกลโกงเรียกเงิน 

จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ ‘เค้ก’ เจ้าของร้านประกาย บางใหญ่ เผยแพร่คลิปผ่านบัญชี TikTok ของตัวเอง หลังได้รับข้อความจากเพจรีวิวอาหารที่อ้างว่ามีผู้ติดตามบน Facebook ประมาณ 300,000 คน และบน TikTok ราว 120,000 คน โดยเสนอเข้ามารีวิวร้านแต่ขอให้ทางร้านสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มหลายรายการ 

รายการที่ขอประกอบด้วยอาหาร 7 อย่าง เครื่องดื่ม 4 แก้ว และกุ้งแม่น้ำเผาชุดใหญ่ พร้อมระบุว่าจะสั่งอาหารเพิ่มเติมเองอีก 6 อย่างที่หน้าร้าน 

อย่างไรก็ตามเจ้าของร้านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยชี้แจงว่าทางร้านไม่มีนโยบายให้รับประทานอาหารฟรีเพื่อแลกกับการรีวิว และไม่ได้เป็นฝ่ายติดต่อไปว่าจ้างตั้งแต่แรก 

หลังจากนั้นบทสนทนากลับทวีความตึงเครียด เมื่ออีกฝ่ายระบุว่าจะคิดค่ารีวิว 25,000 บาทหากร้านไม่สนับสนุนค่าอาหาร พร้อมข้อความในทำนองว่าจะทำคลิปให้ร้านเสียหายและให้คะแนน 1 ดาว ก่อนทิ้งท้ายว่าร้านจะต้องได้รับผลกระทบหากไม่ยอมร่วมงานด้วย 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยในช่วงแรกหลายคนมองว่าเป็นปัญหาด้านจริยธรรมของอินฟลูเอนเซอร์และพฤติกรรมการใช้ชื่อเสียงต่อรองกับผู้ประกอบการ แต่เมื่อมีการตรวจสอบเพิ่มเติมประเด็นกลับเปลี่ยนไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการแอบอ้างตัวตนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้ก่อเหตุไม่น่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่เป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ปั้นเพจขึ้นมาเพื่อหลอกลวงร้านอาหาร พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุ 

ตำรวจยังระบุถึงแนวทางพิจารณาดำเนินคดีใน 3 ประเด็น ได้แก่ ความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์ การขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 และการรังแกหรือคุกคามผู้อื่นตามมาตรา 397 โดยจะเรียกผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ยังเป็นกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดี ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดถึงที่สุดแล้ว 

เมื่อยอดผู้ติดตามสูงไม่ได้แปลว่าน่าเชื่อถือ 

อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวลคือข้อสังเกตจากเจ้าของร้านซึ่งระบุว่าหลังตรวจสอบบัญชีที่ติดต่อเข้ามาพบความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งบัญชี TikTok ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากแต่มีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์น้อย และข้อสงสัยว่าบัญชีดังกล่าวอาจเป็นช่องที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ 

เจ้าของร้านยังระบุด้วยว่า เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบความเชื่อมโยงที่ทำให้สงสัยว่าบัญชีที่ใช้ติดต่ออาจเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงจึงนำข้อมูลไปให้ตำรวจตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเหล่านี้ยังต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ และไม่ควรใช้เป็นหลักฐานตัดสินตัวบุคคลโดยลำพัง 

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ใครก็สามารถสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ได้ตัวเลขผู้ติดตามอาจไม่ใช่เครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือที่เพียงพออีกต่อไป เพราะบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอาจมีการซื้อขาย เปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนผู้ดูแลได้ ขณะที่จำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันว่าผู้ติดตามเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายจริงหรือมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ 

สำหรับร้านอาหารโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีงบประมาณการตลาดจำกัด การได้รับข้อเสนอจากเพจที่ดูเหมือนมีชื่อเสียงอาจเป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ แต่หากไม่ได้ตรวจสอบตัวตนและเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นโอกาสดังกล่าวก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจได้เช่นกัน 

สิ่งที่ควรตรวจสอบจึงไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดตาม แต่รวมถึงประวัติการทำงาน ผลงานรีวิวที่ผ่านมา ความสม่ำเสมอของยอดการมีส่วนร่วม ช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และรายละเอียดของข้อตกลง โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าหรือขอให้โอนเงินมัดจำ 

หากผู้ติดต่อใช้คำขู่ กดดันให้รีบโอนเงิน หรือขู่ว่าจะทำให้ธุรกิจเสียหายเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ ผู้ประกอบการควรเก็บหลักฐานการสนทนาและข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้ พร้อมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่เมื่อพบพฤติการณ์น่าสงสัย แทนการรีบยอมรับข้อเสนอเพราะเกรงว่าจะถูกโจมตีบนโลกออนไลน์ 

ร้านอาหารต้องระวังอะไรเมื่อมีคนทักมาขอรีวิว? 

กรณีของร้านประกาย บางใหญ่ ทำให้เห็นว่าการตรวจสอบผู้ติดต่อก่อนตกลงร่วมงานเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นฝ่ายเสนอเข้ามาเอง และอ้างว่ามีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก 

สำหรับผู้ประกอบการ มี 4 เรื่องที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงร่วมงาน 

  • ตรวจสอบตัวตนของผู้รีวิว ดูประวัติการทำงาน ผลงานที่ผ่านมา และช่องทางติดต่ออื่น ๆ ว่าสอดคล้องกันหรือไม่ 
  • ดูคุณภาพของผู้ติดตามไม่ใช่แค่จำนวน ตรวจสอบยอดเข้าถึง ยอดรับชม ความคิดเห็น และปฏิสัมพันธ์ของผู้ชมในคอนเทนต์หลายชิ้น ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขบนหน้าโปรไฟล์ 
  • ตกลงเงื่อนไขให้ชัดเจน ระบุขอบเขตงาน รายการที่ร้านต้องสนับสนุน ค่าจ้าง วิธีชำระเงิน และสิ่งที่แต่ละฝ่ายจะได้รับให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด 
  • อย่ายอมรับข้อเสนอเพราะถูกข่มขู่ หากพบข้อความขู่ทำให้ธุรกิจเสียหายหรือพฤติการณ์น่าสงสัย ควรเก็บหลักฐานและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่แทนการโอนเงินเพื่อยุติปัญหาโดยไม่มีการตรวจสอบ 

ท้ายที่สุด กรณีนี้ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นพฤติกรรมของอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจรีวิวทั้งหมด เพราะการรับค่าจ้างหรือการได้รับอาหารสนับสนุนเพื่อสร้างคอนเทนต์เป็นรูปแบบการทำงานที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือความโปร่งใสของข้อตกลง วิธีการติดต่อ และพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการข่มขู่หรือหลอกลวง 

ในวันที่โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างตัวตนและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ความน่าเชื่อถือจึงไม่ควรวัดจากยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวแต่ต้องพิจารณาจากตัวตนที่ตรวจสอบได้  

เพราะสำหรับร้านอาหารการร่วมงานกับคนรีวิวอาจเป็นโอกาสในการเติบโต แต่การตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าใครกำลังติดต่อเข้ามาก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้โอกาสทางธุรกิจกลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์