ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่มเครือข่ายแรงงานฯ BANGKOK INTERNATIONAL WOMEN’S DAY 2023 FEMINIST LIBERATION WORKERS LIBERATION NOW และเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ We Fair ซึ่งปักหลักชุนนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม
โดยเครือข่ายแรงงานฯ สนับสนุนเป็นกำลังใจให้กับสตรีนักสู้ทางการเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมยืน 112 นาที พร้อมเผยข้อเรียกร้องต่างๆ ไปยังรัฐบาลและพรรคการเมือง เช่น ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เพื่อยกเลิกความผิด และคืนสิทธิแรงงานให้พนักงานค้าบริการทางเพศ, ขยายสิทธิลาคลอดโดยได้รับค่าตอบแทนเป็น 180 วัน จากปัจจุบัน 90 วัน, เพิ่มวันลาป่วยให้ผู้ปวดท้องประจำเดือน และกำหนดวันสตรีสากลของทุกปี เป็นวันหยุด
ยกเลิกเลือกปฏิบัติต่อแรงงานด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น ไล่พนักงานที่ตั้งครรภ์ออกจากงาน, คุ้มครองสิทธิแรงงานคนทำงานบ้าน และแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารให้สิทธิคุ้มครองแรงงาน และเข้าสู่แรงงานประกันสังคมมาตรา 33, ให้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนคณะกรรมการได้, จัดสวัสดิการผ้าอนามัยฟรี, จัดสวัสดิการประชาชนตามช่วงอายุ รายละ 3,000 บาท, ทำแท้งปลอดภัย, เรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัวให้นักเรียกร้องทุกคน
ตลอดจนยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112, 116, 117, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร รวมถึงยกเลิกวัฒนธรรมต่อทหารชั้นผู้น้อย
ทั้งนี้ แกนนำปราศรัยตอนหนึ่งว่า ไม่ได้คาดหวังกับการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ขอส่งต่อปัญหาให้กับรัฐบาลในอนาคต และภายใน 1-2 ปีนี้ จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะในเดือนพฤษภาคมจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. และปี 2567 จะมีการเลือกตั้ง ส.ว. หลายพรรคการเมืองนำนโยบายบำนาญประชาชนไปหาเสียง แต่ขอให้ประชาชนดูด้วยว่าเป็นระบบถ้วนหน้าหรือไม่
สำหรับบรรยากาศด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล มีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นาย รวมไปถึงกองร้อยน้ำหวาน คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่การจราจร ส่วนขาเข้าถนนพิษณุโลก ตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ไปจนถึงประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถูกปิด 2 ช่องการจราจร ทำให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย
โดยเครือข่ายแรงงานฯ สนับสนุนเป็นกำลังใจให้กับสตรีนักสู้ทางการเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมยืน 112 นาที พร้อมเผยข้อเรียกร้องต่างๆ ไปยังรัฐบาลและพรรคการเมือง เช่น ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เพื่อยกเลิกความผิด และคืนสิทธิแรงงานให้พนักงานค้าบริการทางเพศ, ขยายสิทธิลาคลอดโดยได้รับค่าตอบแทนเป็น 180 วัน จากปัจจุบัน 90 วัน, เพิ่มวันลาป่วยให้ผู้ปวดท้องประจำเดือน และกำหนดวันสตรีสากลของทุกปี เป็นวันหยุด
ยกเลิกเลือกปฏิบัติต่อแรงงานด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น ไล่พนักงานที่ตั้งครรภ์ออกจากงาน, คุ้มครองสิทธิแรงงานคนทำงานบ้าน และแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารให้สิทธิคุ้มครองแรงงาน และเข้าสู่แรงงานประกันสังคมมาตรา 33, ให้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนคณะกรรมการได้, จัดสวัสดิการผ้าอนามัยฟรี, จัดสวัสดิการประชาชนตามช่วงอายุ รายละ 3,000 บาท, ทำแท้งปลอดภัย, เรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัวให้นักเรียกร้องทุกคน
ตลอดจนยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112, 116, 117, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร รวมถึงยกเลิกวัฒนธรรมต่อทหารชั้นผู้น้อย
ทั้งนี้ แกนนำปราศรัยตอนหนึ่งว่า ไม่ได้คาดหวังกับการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ขอส่งต่อปัญหาให้กับรัฐบาลในอนาคต และภายใน 1-2 ปีนี้ จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะในเดือนพฤษภาคมจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. และปี 2567 จะมีการเลือกตั้ง ส.ว. หลายพรรคการเมืองนำนโยบายบำนาญประชาชนไปหาเสียง แต่ขอให้ประชาชนดูด้วยว่าเป็นระบบถ้วนหน้าหรือไม่
สำหรับบรรยากาศด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล มีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นาย รวมไปถึงกองร้อยน้ำหวาน คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่การจราจร ส่วนขาเข้าถนนพิษณุโลก ตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ไปจนถึงประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถูกปิด 2 ช่องการจราจร ทำให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย






