คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเริ่มเข้าสู่ “เฟสเอาผิด” อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 ราย พร้อมสั่งให้ทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งเดิมและมาช่วยราชการระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่การขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในทุกระดับก็เดินหน้าควบคู่กันไป
อรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการจะกำหนดประเด็นและกรอบเวลาการสอบสวน ก่อนเรียกข้าราชการทั้ง 5 รายเข้าชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามขั้นตอน พร้อมยอมรับว่ารายชื่อผู้ถูกสอบสวนเป็นไปตามที่ปรากฏในกระแสข่าว ส่วนคำสั่งล่าสุดได้ให้ทั้ง 5 คนพ้นจากตำแหน่งเดิมและมาช่วยราชการระหว่างรอผลการสอบสวน พร้อมติดตามความคืบหน้าจากคณะกรรมการเป็นระยะ
การดำเนินการทางวินัยครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการยกระดับการตรวจสอบในภาพรวม หลังรัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยมีหลายหน่วยงานร่วมดำเนินการ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมได้รับมอบหมายให้ร่วมเป็นกรรมการในคณะตรวจสอบดังกล่าว เนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างเตรียมพิจารณารับเรื่องเป็นคดีพิเศษ และจะเร่งดำเนินการสืบสวน หลังพบข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มติวเตอร์ในต่างจังหวัดที่อาจหลอกลวงผู้สมัครสอบ โดยคาดว่า ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการ จะเรียกประชุมเพื่อเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบผู้กระทำผิด จะพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือดีเอสไอ ขณะที่การรับคดีเป็นคดีพิเศษยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน จำนวนผู้เสียหาย และลักษณะของความผิดเป็นสำคัญ ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่านักการเมืองอาจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ดีเอสไอยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวน และยังไม่มีรายงานยืนยันเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยังเดินหน้าตรวจสอบผลสอบของผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นแล้วกว่า 15,000 ราย ใน 3 กลุ่มแรก โดย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า การตรวจสอบพบความผิดปกติระหว่างคะแนนที่ประกาศกับไฟล์ภาพกระดาษคำตอบประมาณ 5,000 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มี ปกรณ์ เป็นประธาน และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบในภาพรวม โดยกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ตรวจสอบจากข้อมูลที่อยู่ในความรับผิดชอบ ส่วนการเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่น เช่น แฟลชไดรฟ์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ส่งให้ ป.ป.ช. เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการต่อ
สำหรับผู้ที่ถูกตรวจพบความผิดปกติทั้งประมาณ 5,000 ราย ขณะนี้ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ จนกว่าการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะแล้วเสร็จ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนการเป็นข้าราชการท้องถิ่น ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงควบคู่กันไป และหากมีการเพิกถอนในภายหลัง ก็จะต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับในช่วงระหว่างการตรวจสอบด้วย
ถือว่าภาพรวมของคดีในขณะนี้เริ่มขยับจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปสู่การดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและทางกฎหมาย ขณะที่หลายหน่วยงานกำลัง “เร่งต่อจิ๊กซอว์ของคดี” เพื่อพิสูจน์ว่าความผิดปกติที่พบในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้เกี่ยวพันไปถึงใครบ้าง และจะมีผู้เกี่ยวข้องอีกมากน้อยเพียงใด




