โป๊ะแตกคดีโกงสอบ! แฉแก้คะแนน 5,960 ราย ไม่ตรงตัวเลข กสถ.

23 ก.ค. 2569 - 19:26

  • ป.ป.ช.เปิดตัวเลขใหม่ พบแก้คะแนนสอบท้องถิ่นจาก “ตก” เป็น “ผ่าน” ถึง 5,960 ราย

  • สวนทางข้อมูล กสถ.ที่เคยระบุ 5,924 ราย พร้อมส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 200 คน ให้ ปปง.สอบเส้นทางการเงิน

  • ขณะที่ สถ.ย้ำ “ถึงใครก็ถึงคนนั้น” เดินหน้าสาวหาผู้รับผิดชอบคดีโกงสอบครั้งใหญ่

โป๊ะแตกคดีโกงสอบ! แฉแก้คะแนน 5,960 ราย ไม่ตรงตัวเลข กสถ.

แม้จะดูเหมือนไม่รวดเร็วทันใจ แต่ “คดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ยังคงถูกขยายผลอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านไปเกือบ 1 เดือน (22 มิถุนายน) นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และพบข้าราชการ 9 คน พร้อมพนักงานบริษัทเอกชนอีก 2 คน รวม 11 คน ขณะกำลังแก้ไขคะแนนสอบของผู้เข้าสอบ จนนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนครั้งใหญ่

ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เตรียมประกาศรับรองผลสอบใหม่ ส่วน ป.ป.ช., ปปง. และตำรวจ กำลังเร่งตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงินและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด

สถ.เร่งประกาศผลสอบใหม่ ย้ำตรวจ 270,000 รายชื่ออย่างละเอียด

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. เปิดเผยภายหลังเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้ยกเลิกมติรับรองผลสอบเดิม และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่ถูกต้องขึ้นใหม่

แม้จะถูกตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการดำเนินการ แต่ นิรัตน์ยืนยันว่า ไม่ได้ติดปัญหาข้อกฎหมาย เพียงแต่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าสอบกว่า 270,000 คนอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้เข้าสอบ

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำประกาศรับรองผลสอบใหม่ พร้อมบัญชีรายชื่อแนบท้ายที่ผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ทั้ง สถ. ตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที บริษัทคู่สัญญา และ ป.ป.ช.

“ถึงใครก็คนนั้น” เตรียมเอาผิดผู้ให้ข้อมูลเท็จ

นิรัตน์ยืนยันว่า กสถ.มีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ที่ประชุม จนทำให้เกิดการรับรองผลสอบที่ไม่ถูกต้อง

“นายกฯ บอกชัดเจนว่าถึงใครก็คนนั้น ตรงไปตรงมา เราไม่ดูหน้าใคร ไม่ดูชื่อใคร ถ้ามันถึงตรงไหนที่จะทำให้เกิดความขัดข้อง เกิดความเสียหายใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องดำเนินคดี”

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

พร้อมย้ำว่า คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางอาญาแล้ว โดยมีทั้งตำรวจและ ป.ป.ช. เข้ามาร่วมดำเนินการหาผู้รับผิดชอบ

ป.ป.ช.เผยตัวเลขใหม่ พบแก้คะแนน 5,960 คน

ด้านคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงความคืบหน้าคดีในวันนี้

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ตัวแทน ป.ป.ช. รายงานผลการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ 11 คน และพบการแก้ไขคะแนนสอบจาก “ไม่ผ่าน” ให้เป็น “ผ่าน” จำนวน 5,960 ราย

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าตัวเลข 5,924 ราย ที่ กสถ. เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ และจากการไต่สวนพบว่ามีลักษณะเป็นการกระทำกันเป็นขบวนการ โดยผู้ที่ได้รับการแก้ไขผลสอบทั้งหมดอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังเปิดช่องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล เพื่อพิจารณากันตัวไว้เป็นพยาน หากข้อมูลที่ให้เป็นประโยชน์ต่อการไต่สวน

สาวถึงผู้บริหารระดับสูง ส่งรายชื่อกว่า 200 คนตรวจเส้นทางการเงิน

ข้อมูลจาก ป.ป.ช. ยังระบุว่า จากการไต่สวนพบความเชื่อมโยงถึงผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้ผู้ต้องหาบางรายร่วมกับผู้เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดำเนินการแก้ไขคะแนนสอบ

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ได้ส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัยมากกว่า 200 คน ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายและผลประโยชน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต

สำหรับกระบวนการไต่สวน ป.ป.ช. ประเมินว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ครอบคลุมทั้งการรวบรวมหลักฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อกล่าวหา โดยจะดำเนินการทั้งทางอาญา วินัย และจริยธรรม

ปปง.ขยับตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงิน

อีกหนึ่งหน่วยงานที่เข้ามามีบทบาทสำคัญคือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งรับหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่อาจเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด

โดยสำนักงาน ปปง. ออกเอกสารชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการในคดีดังกล่าว ยืนยันว่าการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานด้านการทุจริต จำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ครบถ้วนและรัดกุมตามมาตรฐานของกฎหมายฟอกเงิน

ปปง. ระบุว่า ขณะนี้ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

หากพบหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ปปง.จะเร่งดำเนินมาตรการทางกฎหมายทันที ทั้งการอายัด ยึด และติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

โชว์ผลงานยึดทรัพย์กว่า 6.4 หมื่นล้าน ย้ำใช้มาตรฐานเดียวกันกับคดีโกงสอบ

ปปง. ยังเปิดเผยผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการทุจริตได้รวมมูลค่ากว่า 64,925 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • ยึดและอายัดทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 24,748 ล้านบาท
  • ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่ากว่า 27,032 ล้านบาท
  • ส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้นำทรัพย์สินคืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหาย มูลค่ากว่า 10,980 ล้านบาท
  • คดีที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินและคืนผู้เสียหายแล้ว มูลค่ากว่า 2,165 ล้านบาท

สำนักงาน ปปง. ย้ำว่า ความสำเร็จในการติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่แผ่นดินและผู้เสียหาย เกิดจากการรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่กำลังนำมาใช้ตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นในขณะนี้

ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหา 11 ผู้เกี่ยวข้อง กันตัวไว้เป็นพยาน

ด้านตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ได้เรียกบุคคลทั้ง 11 คนที่ถูกพบในบ้านพัก จ.นนทบุรี เข้าให้ข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก ป.ป.ช. ขอให้กันตัวไว้เป็นพยานในชั้นสอบสวน

รวมถึงผู้บริหารระดับผู้อำนวยการของ มศว และ สถ. ที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจแล้วเช่นกัน โดยหากการขยายผลพบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด ตำรวจจะขออนุมัติจาก ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่การตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเริ่ม “ขยายวงกว้างอย่างช้าๆ” กรณีการเปลี่ยนผลสอบจาก “ไม่ผ่าน” เป็น “ผ่าน” มากถึง 5,960 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่แตกต่างจากข้อมูลเดิมของ กสถ. ที่เคยระบุไว้ 5,924 ราย กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการทั้งหมด และเป็นบททดสอบสำคัญว่า หน่วยงานรัฐจะสามารถสาวไปถึงผู้บงการ ผู้อยู่เบื้องหลัง และเครือข่ายผลประโยชน์ทั้งหมดได้จริงหรือไม่ ในอีกหนึ่งคดีที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของประชาชนมากที่สุดในรอบหลายปี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


โป๊ะแตกคดีโกงสอบ! ป.ป.ช.ชี้แก้คะแนน 5,960 ราย ไม่ตรงตัวเลข กสถ.