‘รางแทรมสายอีสาน 450 เมตร’ ต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาแห่งแรก อนาคตระบบคมนาคมไทย

16 มี.ค. 2568 - 13:02

  • โครงการรถไฟฟ้ารางเบา เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมระบบคมนาคมแห่งอนาคต

  • รถไฟฟ้ารางเบา อยู่ในแผนการพัฒนาเมืองหลายจังหวัด คือ เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต และขอนแก่น

  • โดยจังหวัดขอนแก่นมีการออกแบบ และพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Hero_d4d9b19bfa.jpg

การเปิดช่องทางเดินรถทางเดียวเพื่อก่อสร้างรางรถไฟฟ้า ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น (มทร.อีสาน) วิทยาเขตขอนแก่น ดำเนินการระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568 เป็นการก่อสร้างรางในช่วงที่ 2 

ปริญ นาชัยสิทธิ์ อดีตรองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น ในฐานะที่ปรึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์  มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ตรวจสอบความก้าวหน้าของการก่อสร้าง พร้อมเปิดเผยว่า สำหรับการก่อสร้างรางรถไฟฟ้าเพื่อทดสอบการเดินรถไฟฟ้ารางเบาในมหาวิทยาลัย ถือเป็นต้นแบบรางไฟฟ้าของประเทศไทย ความก้าวหน้าของโครงการระบบรางอีกขั้นหนึ่งที่จะมีการทดสอบเส้นทางการเดินรถของรถไฟฟ้ารางเบาในมหาวิทยาลัยในเดือนมิถุนายน 2568 

“สำหรับโครงการก่อสร้างรางรถไฟฟ้ากำลังดำเนินการเข้าสู่ช่วงที่ 2 จากนั้นช่วงที่ 3 จะดำเนินระหว่างวันที่ 1-8 เมษายน 2568 โดยเทพื้นถนน 2 ช่องจราจร พร้อมทั้งปิดการจราจรทั้งสองช่องทางตลอดแนวการก่อสร้าง โดยรางรถไฟฟ้าได้รับการอนุมัติงบประมาณจากสภามหาวิทยาลัยกว่า 7 ล้านบาท ก่อสร้างรางรถไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยระยะทาง  450 เมตร รางกว้าง 1.435 เมตร”

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo05_dfb26727ad.jpg
Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo04_326a85269b.jpg

อาจารย์ปริญ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นเดินรถที่ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งขบวนรถไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย นักวิจัยของมหาวิทยาลัยและนักศึกษาช่วยกันพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยการนำองค์ความรู้จากขบวนที่ได้รับความเสียหาย มาใช้ในงานวิจัยในขบวนใหม่  รีดีไซน์ใหม่ในการผลิต ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งถือว่าใช้เวลาในการผลิตน้อยลง 

“สิ่งที่ออกแบบและพัฒนา ถือว่ามีมาตรฐานขึ้น พร้อมนำมาใช้ในการทดสอบได้อีกครั้ง ถือเป็นขบวนใหม่มี 3 โบกี้ คาดว่าแล้วเสร็จทั้งระบบในเดือนพฤษภาคม 2568 พร้อมกับรางรถไฟ เพื่อทดสอบศักยภาพของระบบราง และขบวนรถไฟฟ้าที่ใช้เดินรถทั้งทางตรงและทางโค้ง ทดสอบประสิทธิภาพของส่วนประกอบที่ใช้ในระบบรางที่ถูกออกแบบดีไซด์ด้วยฝีมือคนไทย เช่น อุปกรณ์ยึดราง ยางรองราง และยางรองร่องรางรถไฟ เป็นต้น รวมทั้งศึกษาการใช้งานจริงร่วมกับถนนสาธารณะ เชื่อว่าผลการทดลองที่จะเกิดขึ้นจะนำไปสู่การพัฒนารถไฟฟ้าระบบรางของไทยเป็นอย่างมาก”

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo06_424c56052b.jpg
Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo02_8a94eb75a6.jpg

ด้าน ดร.ชัชรินทร์ ศักดิ์กำปังประธานหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล วิชาเอกเครื่องกลระบบราง มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น อาจารย์ผู้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน กล่าวว่า ก่อนเปิดหลักสูตรผู้บริหารส่งอาจารย์ไปอบรมที่ประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนมีมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการขนส่ง โดยร่วมกับการรถไฟของประเทศจีน มีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบรางทั้งหมด หลักสูตรการศึกษาจึงมีการพัฒนาที่ชัดเจน

ทางคณะอาจารย์จาก มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างหลักสูตรของประเทศจีน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับรายวิชาของ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ว่ามีรายวิชาใดบ้างที่สอดคล้องกัน เพื่อนำมาประยุกต์ ปรับใช้ เช่น รายวิชาเกี่ยวกับระบบรางเบื้องต้น วิชาระบบไฟฟ้า วิชาการเคลื่อนที่ของรถไฟ การซ่อมบำรุง  ระบบเบรกรถไฟ  เป็นต้น ทั้งนี้ได้พัฒนาหลักสูตรตามหลักเกณฑ์ของสภาวิศวกรเป็นหลัก โดยมหาวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี 2560 นักศึกษาจบรุ่นแรกเมื่อปี 2564 เฉลี่ยมีนักศึกษาเข้าเรียนปีละ 15-20 คน ผลิตบัณฑิตไปทำงานแล้วกว่า 40 คน ทั้งหมดได้ทำงานแล้ว

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo08_32dd34aaff.jpg
Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo03_250e7a480f.jpg

ดร.ชัชรินทร์ กล่าวต่อว่า ในรายวิชาต่างๆ ทางสภาวิศวกรจะมีหลักเกณฑ์ว่าต้องเรียนผ่านวิชาใดบ้าง โดยนักศึกษาต้องเรียน 141 หน่วยกิต เรียนวิชาชีพเลือก 30 หน่วยกิต นักศึกษาที่เรียนจบระบบรางจาก มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ต้องได้ใบประกอบวิชาชีพ สามารถทำงานที่เกี่ยวกับวิศวกรรมเครื่องกล และสามารถทำงานเกี่ยวกับระบบขนส่งทางรางได้ด้วย

“หากพูดในแง่ตลาดอาชีพถือว่ามีความต้องการมาก เพราะประเทศไทยกำลังพัฒนาระบบขนส่งทางราง ทั้งรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โครงการรถไฟทางคู่ของ รฟท.โครงการรถไฟฟ้าในเมือง และโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ซึ่งทุกโครงการมีความต้องการในด้านของกำลังคนที่สูงมาก”

“สำหรับทางมหาวิทยาลัยนอกจากจะมีการพัฒนาระบบรางอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว รางรถไฟฟ้าที่ออกแบบเตรียมพร้อมการทดลองเดินรถในระยะทาง 450 เมตรนี้ จะเป็นการวางรากฐานการพัฒนาในหลากหลายด้าน ที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน รวมทั้งผลิตบัณฑิตที่มารองรับการพัฒนาของระบบรางทั่วประเทศ โดยนักศึกษาทุกชั้นปีจะได้เรียนรู้จากการปฎิบัติจริงจากห้องเรียนระบบรางที่ระยะทาง 450 เมตรนี้ ในรั้วมหาวิทยาลัยของนักศึกษาเอง” ดร.ชัชรินทร์ กล่าว

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo09_e6709b9105.jpg

ปิยะธิดา ปาภา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เปิดเผยถึงการตัดสินใจเลือกเรียนคณะวิศวกรรมสาขาเครื่องกลระบบราง ว่า ความสนใจส่วนตัว เห็นว่าเป็นสาขาใหม่น่าสนใจที่เมื่อเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้หลายสาขา ทำให้แม้ช่วงแรกจะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับวิศวกรรมระบบรางมากนัก แต่เมื่อได้ศึกษาได้ซึมซับแต่ละรายวิชาทำให้มีความรู้และความเข้าใจมากขึ้น ในอนาคตจึงตั้งเป้าหมายว่าเมื่อเรียนจบแล้ว อาชีพที่สนใจคือการทำงานเกี่ยวกับระบบราง 

“เสน่ห์ของระบบรางมองว่าน่าสนใจ น่าค้นคว้า น่าเรียนรู้ สำหรับการก่อสร้างรางรถไฟฟ้าในมหาวิทยาลัย จะเป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามที่ให้นักศึกษได้เรียนรู้จริง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้จากของจริง มากกว่าหลักสูตรที่สอนในห้องเรียนมีแนวความคิดว่าอยากเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม   เพราะภาษาจีนถือเป็นภาษาที่ใช้กันแพร่หลาย และเชื่อว่าอนาคตหากได้ทำงานที่เกี่ยวกับระบบรางอาจจะต้องใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร  และหากโอกาสก็จะไปฝึกงานต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเองด้วย”

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo11_2f01a4a059.jpg
Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo10_a9cf48c284.jpg

แทรมน้อยสายอีสาน 450 เมตร นี้ กลายเป็นต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาของเมืองขอนแก่น กำลังจะเป็นรูปเป็นร่าง สร้างทั้งเมือง และสร้างกำลังคนที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านระบบรางของไทย พร้อมพัฒนาตามแผนพัฒนาเมืองขอนแก่นเป็นรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น นำร่องเส้นทางรอบบึงแก่นนคร ระยะทาง  4.4 กิโลเมตร จากนั้นจะพัฒนาสู่รถไฟฟ้ารางเบาสายหลักในเส้นทางสำราญ - ท่าพระ ระยะทาง 22.8 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับระบบคมนาคมทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รองรับแผนการพัฒนาประเทศในระบบราง พัฒนาการเชื่อมต่อแบบบูรณาการร่วมกับรูปแบบการเดินทางทั้งหมดเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค รองรับการพัฒนาเมือง พื้นที่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วย

Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo01_72100b7736.jpg
Isan_Tram_Line_Khon_Kaen_Province_the_first_prototype_of_light_rail_in_Thailand_SPACEBAR_Photo07_76bc93ebe7.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์