ติดตามสถานการณ์พายุล่าสุดจากการวิเคราะห์แผนที่อากาศผิวพื้น และอัปเดตภาพถ่ายดาวเทียม โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เช้าวันที่ 8 พ.ย. 68 ระบุว่า พายุ “คัลแมกี” อ่อนกำลังและกำลังจะสลายตัว แต่ยังคงเหลือไว้เป็น “หย่อมความกดอากาศต่ำ” ปกคลุมภาคหนือ และภาคกลางตอนบน ทำให้มีกลุ่มเมฆฝนที่ปกคลุมอยู่ในบริเวณดังกล่าวยังต่อเนื่องไปอีก 1-2 วัน ส่วนภาพเรดาร์ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังอ่อน-ปานกลางปกคลุมต่อเนื่อง กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ภาคเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก ยังเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ไปอีกระยะ

ประกาศพายุ “คัลแมกี” ฉบับที่ 18
สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุ “คัลแมกี” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 18 (338/2568) ความว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “คัลแมกี” (KALMAEGI) ปกคลุมบริเวณด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับ
จากอิทธิพลดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 8–9 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน
GISTDA แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา! สัญญาณน้ำท่วมจากการระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา”
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. โดย GISTDA เผยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นภาพรวมสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่น้ำจากพื้นที่ตอนบนของประเทศยังคงไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับมวลน้ำที่กำลังจะมาสมทบ

จากข้อมูลบนแผนที่จะเห็นได้ว่า
สีฟ้า คือ เป็นพื้นที่น้ำท่วมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยู่ในทุ่งรับน้ำท่าวุ้ง , ทุ่งรับน้ำบางกุ้ง , ทุ่งรับน้ำป่าโมก , ทุ่งรับน้ำบางบาล-บ้านแพน , ทุ่งรับน้ำผักไห่ , ทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ด และ ทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา รวมปริมาณน้ำในทุ่งกว่า 490,000 ไร่ และยังท่วมพื้นที่เกษตร ชุมชนที่อยู่อาศัย เส้นทางคมนาคม อีกด้วย
สีส้ม คือ พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หากระบายน้ำ 2,700 ลบ.ม./วินาที อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีกประมาณ 70,000-80,000 ไร่ ตามภาพ
สีแดง คือ พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที จะทำให้เกิดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีกประมาณ 350,000 ไร่
พื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และปทุมธานี เป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มสูงและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและชุมชนริมแม่น้ำ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำเหนือและน้ำฝนในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกัน การเตรียมการล่วงหน้าและการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงทีคือหัวใจสำคัญในการลดความเสียหาย หน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ และประชาชนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่สีส้มและสีแดง เตรียมพร้อมขนย้ายของขึ้นที่สูง
ทั้งนี้ GISTDA ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง สามารถวางแผนรับมือได้อย่างรอบด้าน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง




