จับตา ‘บัตรคนจน’ ส่อเค้าวุ่น! ก.คลังเผย ผลคัดกรองผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน อีกกว่า 9.3 ล้าน เตรียมอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ

17 ก.ค. 2569 - 12:06

  • จับตา “สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ส่อเค้าวุ่น!

  • หลังกระทรวงการคลัง เผยผลคัดกรองโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569

  • ผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน อีกกว่า 9.3 ล้านคน เตรียมอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ 17 - 31 กรกฎาคมนี้

จับตา ‘บัตรคนจน’ ส่อเค้าวุ่น! ก.คลังเผย ผลคัดกรองผ่านเกณฑ์ 9.5 ล้านคน อีกกว่า 9.3 ล้าน เตรียมอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ

รายการ “สนามข่าว 96” ส่องประเด็นการเมืองสังคมสุขภาพคุณภาพชีวิต จับตาการลุ้นผลผ่านสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) ส่อเค้าอุทธรณ์วุ่น หลังกระทรวงคลังเคาะผู้ผ่านคุณสมบัติทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่เหลือเพียง 9.5 ล้านคน ขณะที่อีกกว่า 9.3 ล้านคนไม่ผ่านเกณฑ์

ร่วมพูดคุยปัญหาสุขภาพกับ พญ.จุฑาทิพย์ ธรรมวินิจฉัย กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลหัวเฉียว ในหัวข้อ " RSV ไม่ใช่แค่หวัด! ไวรัสที่พ่อแม่ต้องรู้"  โรคภัยไข้เจ็บในเด็กเล็ก ที่มาในช่วงหน้าฝน กับแนวทางการป้องกัน และการรกษา

“บัตรคนจน” ส่อเค้าวุ่น! คลังเคาะคนผ่านเกณฑ์ 9.5 คน

กระทรวงการคลังเปิดเผย ผลคัดกรองโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 จากผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18.82 ล้านคน พบผู้ผ่านคุณสมบัติเพียง 9.5 ล้าน ขณะที่ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อีกกว่า 9.3 ล้าน เตรียมยื่นอุทธรณ์วุ่น โดยสามารถยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 นี้

แนวทางการตรวจสอบสิทธิและการอุทธรณ์

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบผลการคัดกรองและดำเนินการยื่นอุทธรณ์ สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

ช่องทางออนไลน์: ตรวจสอบและยื่นเรื่องได้ทางเว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และ ทางรัฐ

ช่องทางจุดบริการ: สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ผู้ที่ผ่านการคัดกรองใหม่จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน และจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนผู้ยื่นอุทธรณ์จะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิ์อีกครั้งในวันที่ 21 กันยายน 2569

RSV ไม่ใช่แค่หวัด! ไวรัสที่พ่อแม่ต้องรู้"

พญ.จุฑาทิพย์ ธรรมวินิจฉัยกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) โรคที่ไม่ควรมองข้าม เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกันกับไวรัสโควิดที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจง มีเพียงภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ที่สามารถใช้ได้ที่ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และเด็กแรกเกิด อายุ 6 เดือน

“โดยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป จะให้ภูมิต้านทานทันที สำหรับทารก 6 เดือนฉีดได้โดยตรง ส่วนสตรีมีครรภ์  และผู้สูงอายุ จะเน้นฉีดเพื่อสร้างภูมิต้านทานและส่งต่อให้ทารกในครรภ์หรือป้องกันตนเอง” 

ความรุนแรงของโรค!

พญ.จุฑาทิพย์ กล่าวว่า ไวรัส RSV มักพบการระบาดได้บ่อยโดยเฉพาะในหน้าฝน แม้ในผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่แข็งแรง อาการจะคล้ายไข้หวัดธรรมดา คือ มีไข้, ไอ, น้ำมูก  และหายเองได้  แต่ไวรัสตัวนี้สามารถก่อให้เกิด หลอดลมฝอยอักเสบ หรือ ปอดอักเสบ ในเด็กเล็กอาจมีความรุนแรงจนทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

สำหรับสัญญาณอันตราย พ่อแม่ควรสังเกตอาการ เช่น มีไข้สูง ไอจนเหนื่อยหอบ หายใจแล้วหน้าอกบุ๋ม มีเสียงหวีดขณะหายใจ และทานอาหารได้น้อย โดยสามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือบ่อยๆ และแยกของใช้สำหรับเด็กเพื่อป้องกันการติดต่อ

‘ไวรัส RSV’กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  • เด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี
  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อาการที่สังเกตได้

  • มีไข้สูง ไอมีเสมหะเยอะ
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหายใจจนหน้าอกบุ๋ม
  • มีเสียงหวีดขณะหายใจ หรือโยเยผิดปกติ 

พญ.จุฑาทิพย์ กล่าวว่า สำหรับการรักษาไวรัส RSV ในปัจจุบันจะเป็นการ “รักษาตามอาการ” เช่น การให้ยาลดไข้, ยาขยายหลอดลม, เคาะปอด, ดูดเสมหะ และให้สารน้ำอย่างเพียงพอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์