แผนเวนคืนที่ดินป้องกันน้ำท่วมแม่สาย จ.เชียงราย ปัญหาใหญ่ที่ยังต้องหาจุดกึ่งกลางระหว่างชาวบ้านกับภาครัฐ

16 มิ.ย. 2569 - 08:00

  • การแก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถือเป็นโจทย์ท้าทายที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ ทั้งมาตรการเร่งด่วนในการเสริมพนังกั้นน้ำและจัดระเบียบสิ่งกีดขวาง ควบคู่ไปกับแผนระยะยาวในการขยายลำน้ำ

  • ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐเวนคืนพื้นที่เท่าที่จำเป็นจริงๆ หากต้องย้ายออก ขอให้ช่วยหาพื้นที่อยู่อาศัยใหม่และจ่ายค่าชดเชยที่เหมาะสม

  • ด้านท่าทีของภาครัฐยืนยันว่าการขยายแนวลำน้ำและการเวนคืนต้องเน้นยึดหลัก "ความปรองดอง" เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพิจารณาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบ

แผนเวนคืนที่ดินป้องกันน้ำท่วมแม่สาย จ.เชียงราย ปัญหาใหญ่ที่ยังต้องหาจุดกึ่งกลางระหว่างชาวบ้านกับภาครัฐ

ท่ามกลางความท้าทายในการหาจุดสมดุลระหว่างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของภาครัฐที่จะต้องเร่งดำเนินการหาแนวทางการรับมือหลังจากหลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านต้องเผชิญกับอุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2567 ผ่านมา

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ภาครัฐผลักดัน คือ การขยายลำน้ำ การก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่ง และการจัดระเบียบพื้นที่ริมแม่น้ำสาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดินและรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างบางส่วนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย แต่แนวทางดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ยังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo01.jpg

โดยพบว่าชาวบ้านริมแม่น้ำสายได้มีการนำป้ายที่เขียนข้อความจำนวนหลายป้ายมาติดที่กำแพงบ้านและริมแม่น้ำ ข้อความส่วนใหญ่ ระบุว่า “หยุดเวนคืนที่ดินเกินความจำเป็น” อยากให้ดำเนินการให้อยู่ในความเหมาะสมทั้งความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

“ชาวบ้านแค่ต้องการความปลอดภัยไม่ได้อยากสูญเสียที่ดิน วอนขอความเป็นธรรมเพราะคือพื้นที่ที่ชาวบ้านทำมาหากิน สิ่งที่ต้องการคือ ผนังกั้นน้ำที่มั่นคงแข็งแรงและสามารถป้องกันน้ำได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ควรทำแบบถาวรทุกชุมชนตลอดริมแม่น้ำ”

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo02.jpg

ชาวบ้านถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ที่จุดนี้มาเป็นระยะเวลามากกว่า 60 ปี ซึ่งในทุกปีที่เกิดอุทกภัยยอมรับว่ามีความหวาดกลัว แต่ก็สามารถจัดการและรับมือได้ อาจจะมีบางปีเช่นปี 2567 ที่น้ำท่วมใหญ่สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

ชาวบ้านถ้ำผาจม ยังบอกอีกว่า “ในส่วนของการแก้ไขปัญหาก็อยากจะให้ภาครัฐหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำผนังกั้นน้ำ หรือหาวิธีรับมือกับกระแสน้ำและมวลน้ำจำนวนมหาศาลในช่วงฤดูฝน เพราะเราอยู่ติดริมแม่น้ำเราก็ต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้”

“หากถามว่าถ้าภาครัฐมีการเวนคืนที่ดินและต้องให้ย้ายออกไปจะทำอย่างไร ชาวบ้านตอบว่ายังไม่รู้อนาคตและยังนึกไม่ออกว่าตนเองและครอบครัวจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะที่อาศัยอยู่จุดนี้คือมีความผูกพันและใช้ชีวิตมาหลายชั่วอายุคน ส่วนการจ่ายค่าชดเชยมันจะคุ้มค่าหรือไม่ก็ให้คำตอบไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันคือเรื่องของการทำมาหากินและอนาคตของลูกหลาน”

“เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาทางออกร่วมกัน เวนคืนเท่าที่จำเป็นหรือทำโครงสร้างในการป้องกันน้ำที่มีความปลอดภัยและชาวบ้านยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้”

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่บรรยากาศการค้าขายในตลาดสายลมจอยในช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อของค่อนข้างบางตา เจ้าของร้านค้าในตลาดให้ข้อมูลว่า ตลาดแห่งนี้ถือว่ามีมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับอำเภอแม่สายมาเป็นระยะเวลานาน เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่คนมาเยือนแม่สายต้องแวะเที่ยวหรือซื้อของ

“สำหรับการเวนคืนที่ดิน เพื่อที่จะรับมืออุทกภัยคิดว่าน่าจะต้องมีการประชุมและพูดคุยระหว่างชาวบ้านและภาครัฐให้มากขึ้นและลงรายละเอียดมากกว่านี้ เพื่อที่จะหาจุดกึ่งกลางทั้งสองฝ่ายเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง รวมถึงสามารถป้องกันน้ำท่วม พร้อมๆ กับให้ประชาชนได้ทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิดต่อไป”

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo V01.jpg

ฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับทางชาวบ้าน พบว่ายังคงมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับน้ำท่วม ฝั่งไทยยังเป็นผนังชั่วคราวแต่ฝั่งเมียนมาเป็นปูนจึงเป็นการเพิ่มความวิตกกังวลให้กับชาวบ้าน แต่ปัจจุบันเราก็พยายามร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวบ้านเพื่อให้คลายความวิตกกังวลตระหนักแต่ว่าไม่ตื่นตระหนก

“ในส่วนของการรื้อถอนมาตรการที่ทางรัฐบาลมอบหมายมานั้นต้องยึดหลัก เวนคืนอย่างปรองดอง อย่างไรก็ตามในระยะนี้ก็ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนให้กับชาวบ้านว่าจะเป็นมาตรการใด ชาวบ้านจะต้องทำอย่างไรต่อไป ก็มีความวิตกกังวลพอสมควร”

“ประชาชนก็สะท้อนปัญหาว่าในความเป็นจริงชาวบ้านอยากให้ทางรัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไปให้อยู่ในพื้นที่หรือไม่ หรือมีการจัดเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยใหม่และพื้นที่ทำมาหากินไว้เรียบร้อยหรือยัง” ฉัตรชัย กล่าว

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo V02.jpg

วรายุทธ บุญค่อม นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า กรณีที่มีการขึ้นป้ายดังกล่าวนั้นมีที่มาจากทางบริษัทที่ปรึกษาที่ศึกษาออกแบบแนวทางในการป้องกันภัยอำเภอแม่สายมาทำการศึกษา และพบว่าแม่น้ำสายเดิมทีนั้นมีความกว้าง 150 ถึง 200 เมตร แต่ทุกวันนี้มีสิ่งกีดขวางลุกล้ำเข้ามาทั้งสองฝั่งทำให้แม่น้ำสายมีความแคบมากและมีลักษณะเป็นคอขวด

“เราก็พยายามพูดคุยเจรจากับพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ให้ทราบถึงเหตุผลความจำเป็น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจพี่น้องประชาชนด้วยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่ต้องรื้อถอนอาคารทางภาครัฐเองก็ต้องดำเนินการบนหลักของความปรองดองชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อจะได้มีความปลอดภัยและมีความสุขทั้งสองฝ่าย และเป้าหมายหลักก็คือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอำเภอแม่สายอย่างยั่งยืน”

วรายุทธ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็จะต้องเดินหน้าเข้าหาพี่น้องประชาชนเพื่อเจรจาพูดคุย จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเปิดใจทำความเข้าใจ จุดไหนที่มีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องแก้ไข ส่วนบางจุดที่ต้องแก้ไขต่อไปคือ ยังมีบริเวณที่ติดด้วยระเบียบที่ยังไม่ได้เพิกถอนทำให้ยังรื้อไม่ได้

Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo04.jpg
Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo05.jpg
Land-expropriation-along-the-Sai River-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์