จับตาปัญหาที่ดินทับซ้อน "อุทยานฯ ทับลาน" รัฐบาลเดินหน้าสางปมคั่งค้างมานานกว่า 50 ปี คืนสิทธิให้ชาวบ้าน

11 ก.ค. 2569 - 09:01

  • จับตาปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จบไม่จบ รัฐบาลเดินหน้าสางปมคั่งค้างมานานกว่า 50 ปี คืนสิทธิให้ชาวบ้าน ปราบนายทุนรุกป่า

  • ขณะที่นักวิชาการอิสระ ห่วงโดยเฉพาะกลุ่ม 4 พื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. เสนอตั้งคณะกรรมการกลาง คุยทุกฝ่ายหาทางออก เคลียร์นายทุนสร้างโรงแรม รีสอร์ท เปลี่ยนเป็นให้เช่าแทน

จับตาปัญหาที่ดินทับซ้อน "อุทยานฯ ทับลาน" รัฐบาลเดินหน้าสางปมคั่งค้างมานานกว่า 50 ปี คืนสิทธิให้ชาวบ้าน

60 กว่าปีที่รอคอย กัลยา บุญหว่าน ชาวบ้านโนนสมบูรณ์ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา นำเอกสาร หลักฐาน เป็นภาพถ่ายการใช้ที่ดิน มายืนยันสิทธิทำกิน หลังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ 155,865 ไร่ ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อส่งมอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรให้เกษตรกร และคืนสิทธิทำกินให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก่อนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี 2524

Land-overlap-issues-within-ThapLan-National-Park-SPACEBAR-Photo02.png

‘กัลยา’ ยืนยันว่า บรรพบุรุษ เข้ามาทำกินตั้งแต่ปี 2504 มีหลักฐานการเสียภาษีท้องที่ตั้งแต่ปี 2509 อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ ปัจจุบันตกเป็นรุ่นหลาน ที่ผ่านมาแม้จะมีหลักฐาน แต่การใช้ชีวิตในเขตอุทยานฯ เต็มไปด้วยข้อจำกัด

“วันนี้เหมือนยกภูเขาทับลานออกจากอก ที่ผ่านมาถูกคนนอกที่ไม่รู้จริงตราหน้าหาว่ารุกป่า ทั้งที่สภาพความจริง พื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่ไม่มีป่าเลย ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้มีความเจริญ มีโรงเรียน มีวัด มีสถานีอนามัย และสถานที่ราชการมากมาย ไม่ได้มีสภาพเป็นป่าเหมือนที่คนอื่นเข้าใจ”

Land-overlap-issues-within-ThapLan-National-Park-SPACEBAR-Photo04.png

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ตามสภาพการครอบครองและที่มาทางกฎหมาย โดยมีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนรวมกว่า 155,865 ไร่ ได้แก่

กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประมาณ 53,416 ไร่  พื้นที่หลักที่มีการอ้างสิทธิ์ทำกิน เห็นควรเพิกถอนพื้นที่ออกจากอุทยานฯ และส่งมอบให้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไปดำเนินการจัดสรรสิทธิ์ให้เกษตรกรที่ถูกต้องตามกฎหมาย

กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ประมาณ 8,328 ไร่ พื้นที่ชุมชนเกษตรกรรมที่มีมติ ครม. เดิมรองรับ ซึ่งบอร์ดอุทยานฯ เห็นชอบให้ดำเนินการเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ เช่นกัน 

กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) เนื้อที่ 87,500 ไร่ (ตามมติ ครม. ปี 2535) พื้นที่ที่เคยใช้จัดสรรให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) และราษฎรยากไร้ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ผู้อยู่อาศัยเพื่อรองรับการออกสิทธิ์เป็นแปลงรวมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มที่ 4 พื้นที่ชาวบ้านนอกเขต ส.ป.ก. ประมาณ 109,420 ไร่  พื้นที่อยู่อาศัยและทำกินของชาวบ้านนอกเขตปฏิรูปที่ดิน ให้คงสถานะอุทยานฯ ไว้ก่อนและเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (มาตรา 64) เป็นรายบุคคลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ชาวบ้านดั้งเดิม

และกลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุและพื้นที่ความมั่นคงทางทหาร เนื้อที่ 6,621 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ที่หน่วยงานฝ่ายทหารขอใช้ประโยชน์ ให้เพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวจากการเป็นอุทยานฯ และคืนสถานะเป็นที่ราชพัสดุตามเดิม

ขณะที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกลุ่มที่ 4 คือ พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก.และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งสำรวจไว้แล้ว 5,200 คน และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

สุชาติ’ ลุยทับลาน สางปัญหาที่ดินทับซ้อน บังคับใช้กฎหมาย คืนความเป็นธรรมชาวบ้าน

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกว่า 5 ทศวรรษ มาจากนโยบายรัฐบาลในอดีตที่ต้องการแก้ปัญหาความมั่นคง การแก้ปัญหาทางการปกครอง แต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างยาวนาน ซ้ำเติมชาวบ้านที่ยากจน วันนี้ถึงเวลาที่ต้องมาสะสาง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง

“ยอมรับว่า มีความรู้สึกปวดใจ เมื่อมีข่าวพี่น้องประชาชนถูกดำเนินคดีรุกป่า ทั้งที่พวกเขาอยู่มาก่อนประกาศเป็นเขตอุทยาน ยืนยันได้ว่าพี่น้องประชาชน 4-5 กลุ่ม ต่อไปนี้จะได้อยู่ในพื้นที่อย่างถูกต้องแน่นอน”

 “หลังจากนี้เป็นขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ ถ้าพี่น้องประชาชนคนไหนมาอยู่มาก่อนก็ไม่ต้องเป็นกังวล จะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่  สิ่งที่เราทำทั้งหมดจะไม่ไปรบกวนธรรมชาติ และสัตว์ป่าที่มีอยู่ เราขอแค่ให้ประชาชนอยู่ได้ ไม่โดนจับ ประชาชนอยู่ได้ ส่วนนายทุนต้องจบ ใครก็ตามที่เป็นนายทุน มาลุงทุนในที่ที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ของรัฐ เรามีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายสูงสุด”  

Land-overlap-issues-within-ThapLan-National-Park-SPACEBAR-Photo03.png

รมต.สุชาติ กล่าวต่อว่า ที่ดินกว่า 1.5 แสนไร่ ที่แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม จะมีปัญหาอยู่ในกลุ่มที่ผิดประเภท นายทุน  นักลงทุนประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่อีก 95 เปอร์เซ็นต์ คือพี่น้องประชาชนอีกหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้  ซึ่งเขาต้องการให้ที่ดินที่เขาอยู่ตกสู่ทายาท แต่เมื่ออยู่ในที่ที่ไม่ชัดเจนก็ส่งมอบให้ลูกหลานไม่ได้ เป็นสิ่งที่ปวดใจมากที่สุด “ถ้าตนเองไม่ทำ อีก 50 ปีก็ไม่จบ วันนี้เราเริ่มดำเนินคดีกับกลุ่มทุนรีสอร์ทหลายแห่ง เพื่อทำให้อย่างให้ถูกต้อง ยืนยันว่าไม่มีอะไรแอบแฝงแน่นอน”

Land-overlap-issues-within-ThapLan-National-Park-SPACEBAR-Photo01.png

ขณะที่ ทวิสันต์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะคืนสิทธิทำกินให้กับชาวบ้าน กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3 และกลุ่ม 5 เนื่องจากพิสูจน์สิทธิไม่ยากมีที่มาที่ไป

“แต่กลุ่มที่น่าห่วงคือกลุ่ม 4 คือพื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก.และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ 109,420 ไร่ พื้นที่เหล่านี้ถูกพัฒนาไปเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการซื้อขายเปลี่ยนมืออย่างมโหราฬ เรื่องทับลานมีตำนานที่ยาวมาก จะมาแก้ในปีเดียว วันเดียว คงไม่เสร็จ ปัญหาสำคัญคือความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมีสูงขึ้น” 

“ส่วนตัวมองว่าจะให้ภาครัฐมาเป็นหัวขบวนการในแก้ปัญหามันจะยากมาก ถึงแม้จะมีประชาชนและภาคอนุรักษ์บางกลุ่มเห็นด้วยก็ตาม ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่จบง่าย”

‘ทวิสันต์’ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาทับลานต้องดู 4 เรื่อง คือ

1.ดูเรื่องพื้นที่ ต้องเข้าใจพื้นที่ว่ามีกี่กลุ่ม

2.ต้องดูเรื่องไทม์ไลน์ จะนับตั้งตั้งแต่เมื่อไหร่

3.ต้องดูคนที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร ส่วนราชการ นายทุน 

4.คณะกรรมการแก้ปัญหา

ที่ผ่านมามีกรรมการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ ส.ป.ก. กรมที่ดิน วันนี้ก็มาตั้งกรรมการอีก แต่คำถามคือกรรมการเหล่านั้นได้รับไว้เนื้อเชื่อใจกับทุกฝ่ายหรือไม่

“ส่วนตัวเคยเสนอไว้ว่า ต้องได้คนที่ทุกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจมาเป็นกรรมการกลาง อาจจะเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม เช่น มหาวิทยาลัยสุรนารี หรือนิด้า วิทยาเขตสีคิ้ว หรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา หรือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) หาคนช่วยกันคิดช่วยกันทำ อย่างน้อยคนในพื้นที่ที่ทุกฝ่ายไว้ใจ ถ้าไปจัดที่สภา ระยะยาวเกรงว่าจะหายเข้ากลีบเมฆ” ทวิสันต์ กล่าว

ส่วนการดำเนินคดีกับนายทุน ที่บุกรุก สร้างโรงแรม รีสอร์ท นั้น นักวิชาการอิสระ มองว่า ต้องแยกนายทุนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ต้องไล่เช็คบิล ที่ผ่านมาก็เห็นแอคชั่นแล้ว ส่วนกลุ่มสองคือนายทุนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ยังไม่กล้าไปแตะ

“ถ้าพูดกันตามความเป็นจริง การสร้างรีสอร์ทในพื้นที่ของรัฐ สร้างความเสียหายทั้งต่อรัฐ และเจ้าของรีสอร์ท ไม่มีคนไปพัก รีสอร์ทก็ทรุดโทรม เป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าหากให้เจ้าของรีสอร์ททำสัญญาเช่ากับรัฐ ก็อาจจะทำได้ถ้าตกลงกัน หรือไม่รัฐอาจจะต้องทำเป็นมาตรการ ให้เจ้าของโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาไปในแนวทางที่รัฐบาลต้องการ แนวทางนี้ก็พอเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับการคุยกัน”

ทวิสันต์ กล่าวว่า สุดท้ายไม่รู้ว่าการแก้ปัญหาทับลานจะสุดซอยแค่ไหน เพราะที่นี่เป็นทั้งโครงสร้างอำนาจ ผลประโยชน์ และนายทุน เกี่ยวพันหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มทุน โรงแรม รีสอร์ท รัฐบาลจะท้าชนและจัดการได้มากน้อยแค่ไหน ยังเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตามอง

Land-overlap-issues-within-ThapLan-National-Park-SPACEBAR-Photo05.png

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์