กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งประชาชนทั่วประเทศรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วง “ปลายฝนต้นหนาว” ปี 2568 โดยระหว่างวันที่ 14–16 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยยังมีฝนเพิ่มขึ้น โดยฝนตกกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมและร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน ทิศทางลมแปรปรวน ต้องระวังฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ระยะนี้ออกนอกบ้านยังต้องพกร่ม และเสื้อกันฝน ใช้รถ ใช้ถนนด้วยความระวัง โดยเฉพาะผ่านในพื้นที่น้ำท่วมขัง ฝนยังไม่ขาดเม็ด

จากนั้นในช่วงวันที่ 17–23 ตุลาคม2568 เริ่มมีสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในบางพื้นที่ก่อนที่อากาศจะเริ่มเย็นลง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน คาดว่าจะมีลมตะวันออกพัดปกคลุม มีฝนฟ้าคะนองในช่วงแรก หลังจากนั้นจะมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบนของไทย (ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล) ยังต้องระวังฝนฟ้าคะนอง

เริ่มมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทางของลม เป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือแรงมากขึ้น มวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมาเป็นระลอกๆ แต่กำลังยังไม่แรงนัก ฝนบริเวณทางตอนบนเริ่มลดลง อากาศเย็นลงพอสัมผัสได้ในพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ฤดูหนาว
ฤดูหนาวปีนี้เริ่มช้ากว่าปกติ คาดเริ่มปลายตุลาคม
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนในปี 2568 คาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งล่าช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ และสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ช่วงเวลาที่หนาวเย็นที่สุดจะอยู่ระหว่างกลางเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยอุณหภูมิต่ำสุดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ราว 7–8 องศาเซลเซียสในบริเวณยอดดอย ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพมหานครจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 18–20 องศาเซลเซียส
ภาคใต้เตรียมรับฝนเพิ่ม
สำหรับภาคใต้ ยังมีฝนกระจาย และมีตกหนักเบาสลับบางวัน ทิศทางลมยังแปรปรวน ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยนแปลง วันเดียวอาจมีทั้งฝน ทั้งอากาศเย็นตอนเช้า อากาศร้อนตอนกลางวันได้ ต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพ ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทยฝนจะเพิ่มขึ้นต้องระวังฝนตกหนัก เมื่อลมหนาวเริ่มพัดแรงขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม อาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวในอ่าวไทย ซึ่งมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างมากและต้องเฝ้าระวังพายุซัดฝั่ง
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
- ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมขัง ควรเพิ่มความระมัดระวังในช่วงฝนตกหนัก
- ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำป่าไหล หรือใกล้ลำธาร ควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
- ช่วงเช้าหลายพื้นที่จะเริ่มมีหมอกหนา ควรใช้ไฟหน้ารถและลดความเร็ว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในแต่ละวัน
- กษตรกรควรวางแผนป้องกันความเสียหายจากฝนตกหนัก และอุณหภูมิที่ลดลงต่อพืชผลทางการเกษตร
ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ในเบื้องต้นซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศโลก จึงควรติดตามข้อมูลพยากรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย





