‘ขังคอก-มัดย้าย’ ถอดบทเรียน ‘ย้ายช้าง’ เตรียมรับภัยพิบัติ!

5 พ.ย. 2567 - 10:52

  • ถอดบทเรียนความสำเร็จจากการขนย้ายช้าง ‘พลายดอกแก้ว’

  • ‘นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย’ ชี้ ภารกิจนี้ไม่ง่าย เพราะช้างไม่เคยถูกฝึกให้คุ้นเคยกับคน

  • ‘ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง’ แนะ ‘วงการช้างไทย’ ต้องวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต

Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Hero_9a56eb0e7e.jpg

ภารกิจการย้ายช้าง ‘พลายดอกแก้ว’ จากมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ไปยังบ้านหลังใหม่ ร่มแดนช้าง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คนในวงการช้างไทยและคนไทย จับตามองให้ความสนใจว่า ทั้งช้างทั้งคนจะปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งภารกิจนี้ก็ผ่านไปสำเร็จไปได้ด้วยดี แต่จำเป็นต้องมาถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ทีมข่าว Spacebar Big City จึงไปพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นแนวทางการปฏิบัติต่อไปในอนาคต

ธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย เปิดเผยว่า การถอดบทเรียนการย้ายช้างพลายดอกแก้ว ที่ผ่านมาเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ของช้าง เนื่องจากตั้งแต่เล็กๆ ตัวของพลายดอกแก้ว อยู่ภายในคอกมาตลอด และเป็นช้างที่ไม่ได้รับการฝึกให้คุ้นเคยกับคนโดยการจับสัมผัส หรือการเข้าใกล้โดยคน ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ช้างอาจจะไม่เข้าใจว่าการที่คนหลายคนเข้าไปถึงตัว จะมีเจตนาอะไร จึงต้องอาศัยเวลาและผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการบนความอดทนและความรอบคอบ

“หากเปรียบเทียบระหว่าง พลายศักดิ์สุรินทร์ กับ พลายดอกแก้ว มีความยากง่ายที่แตกต่างกันออกไป ตัวของพลายศักดิ์สุรินทร์มีความยากที่ระยะทางและกระบวนการในการดำเนินการระหว่างประเทศ แต่ตัวช้างคุ้นเลยกับคนในการเข้าไปดูแลและขนย้าย”

“ส่วนของพลายดอกแก้ว แม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายภายในจังหวัด แต่ความซับซ้อนอยู่ที่กระบวนการ ก่อนที่จะนำขึ้นรถ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพื่อที่จะให้ทั้งช้างและคนปลอดภัย โชคดีที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะมีความวุ่นวายในการทำงานอยู่บ้าง อย่างคนที่เข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นในตอนที่กำลังดำเนินการขนย้าย”

ธีรภัทร ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้ลุลวงไปได้ด้วยดี มาจากความสามัคคีของทีมงาน และเกิดจากความร่วมมือกันในหลายๆ ฝ่าย ทั้งปางช้างต้นทาง ทีมเลี้ยง สัตวแพทย์ ที่เตรียมช้างไว้อย่างดี และมีการวางแผนร่วมกัน รวมถึงทีมขนย้ายที่มีบุคลากรหลากหลายอาชีพอย่าง สัตวแพทย์ ควาญช้าง จากหลายกลุ่มที่เข้ามาทำภารกิจให้สำเร็จไปได้ อีกส่วนหนึ่งถือว่า หลายดอกแก้วก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“ต่อไปนี้การเลี้ยงแบบคอกอาจจะต้องมีการทำให้ช้างคุ้นเคยกับคนมากขึ้น เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องมีการเข้าไปให้การรักษา รวมถึงการเคลื่อนย้ายช้างในเหตุฉุกเฉินทั้งการนำตัวไปรักษา หรือ หนีออกจากพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ”

Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo01_617ad737ce.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo02_a757891b23.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo03_fa1d9f4efc.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo10_df8d1cf3fe.jpg

โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ช้างยังเป็นสัตว์ที่อันตราย แม้จะผ่านการฝึกมาแล้วก็ตาม เพราะช้างตัวใหญ่ มีพลังและกำลังมาก ถึงจะเป็นลูกช้างก็สามารถทำอันตรายกับคนได้ถึงชีวิต ยิ่งเป็นช้างที่ไม่เคยผ่านการฝึกความอันตรายและความยากก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก

“สำหรับดอกแก้ว เป็นช้างที่ไม่ได้รับการฝึกมาก่อน ไม่คุ้นเคยกับคน แต่ภารกิจที่สำเร็จลุลวงไปได้ตามที่วางแผนไว้ ซึ่งจุดนี้ ต้องขอชื่นชมขณะทำงานที่อดทน มีความสามัคคี มองเห็นความปลอดภัยของช้าง ควบคู่กับความปลอดภัยของทีมงาน ทีมงานและสัตวแพทย์ที่เข้าไปร่วมก็มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ที่เหมาะสมในการดำเนินการทุกกระบวนการ”

“แม้จะมีสิ่งที่ไม่สบายใจอยู่บ้างในตอนนั้นก็คือ การที่จะนำรถไปรับถึงคอก แต่ไม่สามารถทำได้ จึงเป็นเหตุให้พลายดอกแก้วต้องเดินออกมาค่อนข้างไกล เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น แต่ก็มีการแก้ไขปัญหาได้ดี โดยการนำพลายข้ามแดนและช้างเพศเมีย มาเดินประกอบพลายดอกแก้วเอาไว้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับช้าง แต่มีอีกจุดหนึ่งที่ไม่ค่อยสบายใจในตอนที่ดำเนินภารกิจ คือ เสียงคน ที่ค่อนข้างส่งเสียงดัง ซึ่งกระทบกับการทำงาน ทำให้ช้างตื่นตัว และสงบช้า”

ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนช้าง ยังระบุด้วยว่า บทเรียนสำคัญในอนาคตคือ ภัยธรรมชาติที่กระทบทุกชีวิตไม่ใช่เพียงแค่คนอย่างเดียว 

“หากทราบว่าจะมีภัยพิบัติที่พอจะสามารถย้ายช้างได้ ต้องรีบย้าย ปัญหาต่อมาคือ ช้างดุ ช้างที่ไม่ผ่านการฝึก จะทำได้ยาก จนทำให้เกิดความสูญเสีย ดังนั้นต้องมีการทบทวนจุดนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก”

Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo09_ce4d28c49a.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo05_757d6a8fb7.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo06_62c75631e9.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo07_aad432b67f.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo08_f1d2decda7.jpg

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า ในการสำรวจประชากรช้างเลี้ยงปี 2567 ในจังหวัดเชียงใหม่ มีประชากรช้างเลี้ยงประมาณ 838 เชือก กระจายอยู่ในเขต 10 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นช้างเลี้ยงที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 

และเมื่อเทียบกับปี 2566 สัดส่วนจำนวนช้างในแต่ละพื้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่พบว่ามีการเพิ่มขึ้น 5.29% และ 23.98% ใน อ.แม่แตง และ อ.แม่วาง โดย อ.แม่แตง ยังเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรช้างมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 418 เชือก

ในปี 2567 นี้ (ก่อนการเกิดอุทกภัยเมื่อเดือนตุลาคม) ยังพบด้วยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างในจังหวัดเชียงใหม่ มีการฟื้นตัวที่ดีถึงดีมาก ปางช้างหลายแห่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก จากหลายภูมิภาคทั้งจากยุโรปและเอเชีย และพบว่า การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวปางช้าง กลับมามากถึง 80% ในช่วงไฮซีซั่น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19

Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo04_018561a07c.jpg
Lessons_learned_from_moving_elephants_to_prepare_for_disasters_SPACEBAR_Photo_V01_a3521d85b9.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์