ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็น เรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อพฤติกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ พบว่ากิจกรรมที่ประชาชนมองว่าอันตรายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจผิดกฎหมาย/ฟอกเงินสีเทา สูงถึง 94.05% รองลงมาคือ การจ้างนอมินีชาวไทยเพื่อถือครองที่ดิน 82.14% และอันดับสาม การจ้างคนไทยสวมสิทธิ์เป็นพ่อเพื่ออุ้มบุญ/หวังสัญชาติไทยให้ลูก 81.76% ขณะที่ประเด็น ‘ธุรกิจศูนย์เหรียญ’ ที่เข้ามาผูกขาดและควบคุมระบบซื้อขายจนคนไทยขาดรายได้ตามมาเป็นอันดับ 4 อยู่ที่ 81.29%

ส่วนประสบการณ์ตรง ประชาชนส่วนใหญ่ 35.95% ระบุว่าไม่เคยพบเจอพฤติกรรมผิดกฎหมายของคนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ที่เคยพบเห็น ระบุว่าเคยเจอปัญหาการเข้ามาลงทุนในธุรกิจสีเทา/ฟอกเงินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง (26.11%) ตามมาด้วยการจ้างนอมินีเปิดธุรกิจ (25.88%) และการจ้างนอมินีถือครองที่ดิน (20.92%) ตามลำดับ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวต่างชาติกล้าเข้ามาทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ผลสำรวจระบุชัดเจนว่าเกิดจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก โดยมีสาเหตุหลัก 3 อันดับแรกคือ การทุจริต ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง (67.10%) บทลงโทษตามกฎหมายที่ไม่มีความรุนแรงเพียงพอ (59.31%) และนโยบายของรัฐหรือข้อกฎหมายที่มีช่องโหว่เปิดโอกาสให้ดำเนินการได้ (52.21%) นอกจากนี้ ประชาชนยังมองว่า ปัญหาการทุจริตของนักการเมือง (50.46%) และการที่คนไทยบางกลุ่มยอมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน (48.70%) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ปัญหาต่างชาติทำผิดกฎหมายยังคงฝังรากลึกในสังคมไทย




