ตัวแทนชาวบ้านชุมชนต่างๆ ย่านแยกสันคะยอม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ร่วมถือป้ายข้อความเรียกร้องให้กรมทางหลวงชะลอและทบทวนโครงการปรับปรุงทางแยกสันคะยอมบนทางหลวงหมายเลข 121 หรือ “ถนนวงแหวนรอบ 3” จากเดิมในปี 2567 ผลการศึกษาเลือก "รูปแบบที่ 1" คือการสร้างสะพานร่วมกับสัญญาณไฟจราจร งบประมาณประมาณ 719 ล้านบาท ซึ่งสรุปว่าเหมาะสมที่สุดและผ่านการประชาพิจารณ์แล้ว
แต่ในปี 2568 กลับมีการเปลี่ยนเป็น "รูปแบบที่ 3" คือการสร้างทั้งทางลอด สะพานวงเวียนยกระดับ และ สะพานข้ามแยกขนาดใหญ่ สูงเท่าเสาไฟฟ้า ระยะทาง 1 กิโลเมตร และ มีการสร้างกำแพงกั้นบนถนนสันทรายสายเก่า ยาว 600 เมตร งบประมาณ 1,251 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท



พรพักตร์ จตุพรประเสริฐ ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า โครงการขนาดใหญ่ สร้างความกังวลแก่ชาวบ้านในหลายประเด็น ทั้งผลกระทบวิถีชีวิต ทำให้ชาวบ้านหลายชุมชนสัญจรไปยังตลาด วัด สุสาน ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงอันตราย รวมทั้งทำลายเศรษฐกิจท้องถิ่น
ขณะเดียวกันการก่อสร้างที่ใช้เวลานาน รวมไปถึงความเร็วของรถที่จะสัญจรผ่านในอนาคต ก็กระทบความปลอดภัย เกิดมลพิษ ฝุ่น เสียง ตลอดวัน ชาวบ้านเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเด็กและผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ห่างจากแยกไม่ถึง 100 เมตร
ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการการศึกษาของทีมที่ปรึกษา ถึงการเปลี่ยนน้ำหนักคะแนน ทำให้รูปแบบที่ 3ได้คะแนนสูงสุด รวมไปถึงกระบวนการมีส่วนร่วมอาจไม่ครบถ้วน เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ไม่ได้รับการเชิญเข้าไปร่วมประชุมและข้อเสนอแนะต่างๆ ไม่ได้รับการชี้แจงอย่างชัดเจน
ในรายงานการสำรวจและวิจัยผลกระทบเบื้องต้นไม่มีการกล่าวถึง โรงเรียนอนุบาลสันทราย ทั้งที่เป็นพื้นที่อ่อนไหว (Sensitive Area) สูงสุด จนกระทั่งในการประชุมครั้งล่าสุด ทางโครงการเพิ่งมีการระบุชื่อโรงเรียนและเสนอมาตรการแก้ไขคือ "การสร้างกำแพงกั้นเสียงชั่วคราว" เนื่องจากยอมรับว่าจะมีมลภาวะทางเสียงที่เกินค่ามาตรฐาน
ข้อเรียกร้องของชาวบ้านมีดังนี้
1.ขอให้ชะลอโครงการ: จนกว่าจะมีการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน และโปร่งใสต่อสาธารณะ
2.ทบทวนรูปแบบโครงการ: เลือกรูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและเด็กนักเรียนน้อยที่สุด และต้องเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับงบประมาณภาษีประชาชน
3.ทำประชาพิจารณ์ใหม่: เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบ "ตัวจริง" อย่างทั่วถึง ก่อนที่จะมีการสรุปรูปแบบโครงการ

พรพักตร์ กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบกว่า 10 หมู่บ้านไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่ต้องการให้มีการศึกษาให้ละเอียดและถูกต้อง โดยเฉพาะตัวเลขปริมาณรถ หากศึกษาเก็บข้อมูลมาไม่ถูกต้อง ตัวเลขเกินจริง จะส่งผลต่อการดำเนินการของโครงการตั้งแต่ต้น รวมทั้งความปลอดภัยและมลภาวะในด้านต่างๆ ที่จะตามมา แต่หากมีความจำเป็นต้องก่อสร้างก็จะต้องพิจารณารูปแบบที่สอดคล้องกับพื้นที่และมีผลกระทบกับชาวบ้านให้น้อยที่สุด


ด้าน สิทธาฤทธิ์ ปรีดานนท์ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 เปิดเผยว่า โครงการปรับปรุงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 121 หรือถนนวงแหวนรอบ 3 ของจังหวัดเชียงใหม่ มีสองแยกคือแยกสันคะยอมและแยกลิขิตชีวัน รูปแบบการก่อสร้างมีการประชุมรับฟังความเห็นมาแล้ว 4 ครั้ง

สิทธาฤทธิ์ กล่าวว่าจุดที่ประชาชนมีความเป็นห่วงก็คือแยกสันคะคอมที่ก่อนหน้านี้มีการศึกษารูปแบบเป็นทางลอด (ถนนสันทรายสายเก่า) โดยไม่มีสัญญาณไฟเขียวไฟแดงเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ทาง ส่วนถนน 121 จะเป็นสะพานข้ามแยกและทางลอด ขณะที่ประชาชนมองว่าไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากการใช้เส้นทางสันทรายสายเก่าจะไม่สามารถเลี้ยวขวาบริเวณแยกได้เหมือนเดิม ต้องเลี้ยวซ้ายและไปกลับรถย้อนกลับมาอีกที กรมทางหลวงก็คำนึงถึงผลกระทบโดยคณะกรรมการกรมทางหลวงได้มีการประชุมและเห็นว่าจะมีการปรับปรุงรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งในวันนี้จะมีการรับฟังความเห็นเพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมที่สุด
ส่วนแยกลิขิตชีวันหรือแยกหนองจ๊อม จุดนี้ไม่มีปัญหาอะไรเนื่องจากมีพื้นที่มาก มีเขตทางกว้าง โดยเฟสแรกจะมีการสร้างทางลอดถนนเชียงใหม่-แม่โจ้ เนื่องจากมีปริมาณรถมา ส่วนสะพานข้ามถนน 121 จะเป็นการก่อสร้างเฟสที่สองตามงบประมาณที่ได้รับ



สำหรับโครงการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงหมายเลข 121 ตั้งแต่ 4 แยกสันคะยอม ตำบลสันทรายน้อยไปจนถึง 4 แยกลิขิตชีวัน ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย เลยไปในเขตตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร มีจุดตัดทางแยกขนาดใหญ่บริเวณ 4 แยกทั้ง 2 จุด เป็นสะพานคู่ขนาน และทางรอด คาดว่างบประมาณ 1,200 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในปี 2572 จากการศึกษาของแขวงทางหลวงเชียงใหม่ ที่ 2 จะสามารถรองรับการจราจรได้ในอีก 20 ปี ข้างหน้า
“โครงการนี้แม้เป็นความพยายามแก้ปัญหาจราจรระยะยาว แต่การดำเนินการยังคงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาระบบขนส่งและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น”









