ผลผลิตลำไยในฤดู ปี 2568 เริ่มออกกระจายสู่ท้องตลาดแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่โซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่แรก ที่เริ่มเก็บผลผลิตออกจำหน่าย ขณะที่ราคารับซื้อลำไยยังตกต่ำลงทุกวัน
ราคารับซื้อโดยเฉลี่ยในปัจจุบัน ผลผลิตลำไยขนาด AA กิโลกรัมละ 19 ถึง 25 บาท , ขนาด A 10 บาท , ขนาด B ราคา 6 ถึง 7 บาท , ขนาด C ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท เท่านั้น ซึ่งผลผลิตลำไยภาคเหนือส่วนใหญ่จะมี ขนาด A และ B มากที่สุด

กิตติ์นิพัทธ์ สุนันตะ เกษตรกรชาวสวนลำไย บ้านแม่ข่องเหนือ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ราคาผลผลิต ลำไยในฤดูปีนี้ถือว่าตกต่ำอย่างหนัก เนื่องจากผลผลิตนั้นมีจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปีนี้มีฝนมากกว่าปกติ ทำให้ปริมาณลำไยนั้นติดผลดก และผลผลิตทยอยออกพร้อมๆ กัน ส่งผลทำให้ราคารับซื้อตกต่ำ
“นอกจากนี้ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ลดการนำเข้าลำไยลง ก็มีผลกับราคารับซื้อด้วยเช่นกัน ทำให้ชาวสวนต้องพิจารณาอีกที หากถึงวันเก็บผลผลิตจะคุ้มค่ากับเงินทุนที่ลงไปหรือไม่”

กิตติ์นิพัทธ์ กล่าวต่อว่าสำหรับราคาลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นไม่นิ่ง ซึ่งจะแตกต่างกันทุกปี แต่ช่วงหลังมาถือว่าถูกลงอย่างมาก บางปีถือว่าขาดทุน เพราะการเก็บผลผลิตนั้นมีต้นทุนทั้งค่าแรงงาน รวมถึง ต้นทุนด้านปุ๋ยต่างๆ ที่ใช้บำรุงต้นลำไย เช่นกัน
“จากการติดตามกระแสข่าว ช่วงนี้ราคาถือว่าลดลงทุกวัน ในฐานะเกษตรกรจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร อย่าให้ราคาตกต่ำเกินไป เพราะราคาในปัจจุบันมันไม่ค่อยคุ้มค่ากับการลงทุน ทำให้บางปีนั้นขาดทุนอย่างหนัก”

ด้าน โสพิตย์ ฤทธิศร หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำแผนกระจายผลผลิตลำไยในฤดู ปี 2568 โดยได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสวนลำไยในการบริหารจัดการผลผลิตอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เป็นแนวทางสำคัญในการสร้างจุดรวบรวมผลผลิตเข้าสู่ระบบแปรรูปและบรรเทาความเดือดร้อนในด้านราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตออกมาจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายที่มั่นคง สร้างความเป็นธรรมในห่วงโซ่การค้า และส่งเสริมศักยภาพการแปรรูปเพื่อการส่งออกในอนาคต และเป็นต้นแบบการบริหารจัดการผลไม้คุณภาพของจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน
สำหรับแผนการกระจายผลผลิตลำไย ได้แก่ การเชื่อมโยงผลผลิตลำไยสดตัดขั้ว หรือ รูดร่วง ร่วมกับสมาคมลำไยอบแห้งภาคเหนือ และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ การส่งเสริมการจำหน่ายออนไลน์และลดต้นทุนภายใต้โครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 โดยกรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งฟรีผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด การเชื่อมโยงผลผลิตระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปลายทางและหน่วยงานอื่น

“ขณะนี้มีคำสั่งซื้อจาก 6 จังหวัด รวม 18 ตัน โครงการจัดส่งผลไม้ผ่านไปรษณีย์ไทย ปี 2568 โดยสนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งฟรี การเชื่อมโยงผลผลิตกับห้างโมเดิร์นเทรด การเชื่อมโยงผลผลิตกับโรงงานแปรรูปการหาจุดจำหน่ายให้แก่เกษตรกรทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด เช่น ปั้มน้ำมัน ตลาด อตก. เป็นต้น และ การกำกับดูแลสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร เพื่อลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อีกด้วย”

ขณะที่ พสิษฐ์ สุขสวัสดิ์ ประธานกลุ่มผู้ผลิตลำไยแปลงใหญ่ เปิดเผยว่า การยกระดับผลผลิตลำไย ในพื้นที่ภาคเหนือ หัวใจสำคัญคือที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาเรื่องของราคาลำไยตกต่ำ แยกได้สองประเด็นหลักๆ คือผลผลิตไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ผลมีขนาดเล็ก ขนาดเดียวกันผลผลิตออกมากกว่าปกติ หากผลผลิตมีจำนวนมากราคาก็จะลดลง
“วิธีการแก้ปัญหาสำหรับเกษตรกรคือการรวมกลุ่มทำลำไยแปลงใหญ่ ให้มีคุณภาพ ลูกผลดก ใหญ่ ตามมาตรฐาน GAP จนเป็นที่ต้องการของตลาด หากจำหน่ายนั้นจะทำให้มีราคาสูง โดยกลุ่มเกษตรกรนั้นเป็นผู้กำหนดราคาเอง แต่ปัญหาหลัก คือ กลุ่มลำไยแปลงใหญ่ยังเป็นส่วนน้อย ถ้าเทียบกับเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกทั้งหมด”
“สำหรับผลผลิตลำไยในฤดู ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิต 275,615 ตัน มากกว่าปี 2567 ถึงร้อยละ 4 ก็จะส่งผลทำให้ราคานั้นลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับลำไยอบแห้งทั้งเปลือก เป็นผลผลิตที่ส่งออกไปยังประเทศจีนมากที่สุด จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคานั้นถูกกำหนดมาจากประเทศปลายทาง”




